วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554

อย่าพูดว่า ทำกรรมฐานแล้ว ไม่ต้องทำบุญทำทานอะไรอีก

อย่าพูดว่า ทำกรรมฐานแล้ว ไม่ต้องทำบุญทำทานอะไรอีก

อย่างที่หลายๆคนอาจจะเคยอ่าน หรือเคยทราบมาเกี่ยวกับเรื่อง ทาน ศีล ภาวนา ว่า การทำทานได้บุญน้อยที่สุด การถือศีลย่อมได้บุญมากกว่าทำทาน ส่วนภาวนาย่อมได้บุญมากกว่าถือศีล ดังนั้นบางคนอาจจะเข้าใจหรือคิดเอาง่ายๆเข้าว่า ถ้าเช่นนั้น เราก็เจริญภาวนาอย่างเดียวก็พอ เพราะได้บุญมากกว่าทำอย่างอื่น

โดยส่วนตัวแล้วไม่คิดเช่นนั้น เพราะว่า ทาน ศีล หรือภาวนาก็ดี เป็นปัจจัยเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน อย่างบางคนเกิดมาฐานะยากจน คิดจะทำบุญทำทานอะไรก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ด้วยมีข้อจำกัด ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ หรืออาจต้องฆ่าสัตว์มายังชีพก็เป็นได้ แต่ถ้าเกิดเป็นคนรวย คิดจะทำบุญทำทาน ถือศีล ภาวนาก็เป็นเรื่องง่ายดาย (เหมือนเอาบุญไปต่อบุญ)

จขบ.อ่านหนังสือเจอ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงหยิบยกมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ

จากหนังสือเตือนสติผู้ปฏิบัติธรรม ของพระธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณโชดก ปธ.๙)

"อย่าพูดว่า ทำกรรมฐานแล้ว ไม่ต้องทำบุญทำทานอะไรอีก"

การทำบุญทำทานเป็นการสร้างความดี ไม่ใช่สร้างความชั่ว ผู้ที่มีใจถึงธรรมแล้ว จะมีใจเปี่ยมด้วยปสาทศรัทธาอันแก่กล้าอยู่เสมอ ย่อมจะบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนาเป็นประจำ แม้โบราณท่านก็สอนไว้ว่า “อยากรวย อยากสวย อยากดี”
อยากรวย ให้พากันทำทาน
อยากสวย ให้พากันรักษาศีล
อยากดี ให้พากันเจริญภาวนา

เกิดเป็นคนต้องทำตนให้ได้องค์๓ จึงจะไม่เสียชาติเกิด
บางคนเกิดมาร่ำรวย แต่รูปขี้เหร่ เพราะชาติปางก่อนทำทาน แต่ไม่รักษาศีล
บางคนรูปสวย แต่ยากจน เพราะชาติก่อนรักษาศีล แต่ไม่ทำทาน
บางคนมีปัญญาดี แต่ยากจน และไม่สวย เพราะชาติก่อนบำเพ็ญแต่ภาวนา
แต่ไม่ได้ให้ทาน และรักษาศีลเป็นคู่กันไป
เพราะฉะนั้น ต้องบำเพ็ญให้มีทั้ง ๓อย่าง คือ ทาน ศีล ภาวนา จึงจะถูกหลัก

เรื่องนี้เคยมีนางสุมนาไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้าข้า มีคน๒คน ในเวลาปฏิบัติธรรม มีศีล สมาธิ ปัญญาเท่าๆกัน แต่อีกคนหนึ่งชอบทำทานบ่อยๆ คนหนึ่งไม่ทำเลย เวลาตายไปแล้ว ๒คนนี้จะแตกต่างกันอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า?

พระพุทธองค์ตอบว่า ดูก่อนนางสุมนา คนที่ทำทานนั้น ตายไปแล้วถ้าไปเกิดในสวรรค์อุดมสมบูรณ์ดีทุกๆอย่าง ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ก็อุดมสมบูรณ์ไม่อดไม่อยาก ถ้าออกบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา ก็เพียบพร้อมไปด้วย ปัจจัย๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ ยาแก้ไข้ มีแต่คนมางอนง้อให้ใช้เสียซ้ำไป

ส่วนคนที่ไม่ทำทานนั้น จะไปเกิดที่ไหนก็ยากจนเข็ญใจ มีแต่อาศัยเขาอยู่ แม้ออกบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา ก็ขาดๆ เขินๆ มีแต่ขอเขาใช้ไม่อุดมสมบูรณ์เลยดังนี้ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บุญกุศลนั้นยิ่งทำมากเท่าไร ก็ยิ่งดีนัก เพราะเป็นประโยชน์ เป็นที่พึ่งแก่ตนทั้งโลกนี้และโลกหน้า ดังบาลีว่า

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฐา โหนฺติ ปาณินํ บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ในโลกหน้าดังนี้

อุ ป ป า ต ะ สั น ติ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

ขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น…………..

คันถารัมภะ
(คำเริ่มต้นคัมภีร์)

(ก) สุทุททะโส อะยัง ธัมโม โลกัตถัง ชินะเทสิโต
มะหาสันติกะโร โลเก สัพพะสัมปัตติทายะโก.

ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก
เป็นธรรมที่เห็นได้ยากยิ่ง สำหรับธรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้
เป็นธรรมที่สามารถกระทำความสงบอันประเสริฐ
และสามารถประทานซึ่งสมบัติทั้งปวง

(ข) สัพพุปปาตูปะสะมะโณ ภูตะยักขะนิวาระโณ
อะกาละมัจจุสะมะโณ โสกะโรคะวินาสะโน.

เป็นเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง เป็นเครื่องป้องกันอมนุษย์และยักษ์
เป็นเครื่องระงับความตายก่อนกำหนดเวลา
เป็นเครื่องขจัดความเศร้าโศกและโรค

(ค) ปะระจักกะปะมัททะโน รัญโญ วิชะยะวัฑฒะโน
สัพพานิฏฐะหะโร สันโต ธัมมัง วักขามิ ภูตะโต.

เป็นเครื่องย่ำยีกำลังของข้าศึก เป็นเครื่องจำเริญชัยชนะแด่พระราชา
เป็นเครื่องนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป
เป็นธรรมอันประเสริฐ

ข้าพเจ้า (พระสีละวังสะมหาเถระ) จักแสดงคุณธรรมเช่นนั้น
ตามสภาพที่เป็นจริง

(ฆ) วัตถุตตะยัสสะ โย ยัตถะ สังวัณเณติ คุณุตตะเม
ตัสสะ ตัตถะ สุขาโรคฺยะ- โสตถิโย โหนติ สัพพะทา.

ณ ที่ใด มีผู้กล่าววาจาสรรเสริญพระคุณอันประเสริฐของพระรัตนตรัย
ด้วยจิตที่เลื่อมใส ณ ที่นั้น ความสุข ความสบาย และความสวัสดี
ย่อมมีแก่ผู้นั้นตลอดกาลทุกเมื่อ

(มีต่อ)

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

หัวใจพระธรรม ขันธ์ 5 ศิล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนขันธ์

(๒๑๐) ธรรมขันธ์ ๕ (กองธรรม, หมวดธรรม, ประมวลธรรมทั้งปวงเข้าเป็นหัวข้อใหญ่ — bodies of doctrine; categories of the Teaching)
๑. สีลขันธ์ (กองศีล, หมวดศีล ประมวลธรรมทั้งหลาย เช่น อปจายนมัย เวยยาวัจจมัย ปาติโมกขสังวร กายสุจริต สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ เป็นต้น — body of morals; virtue category)
๒. สมาธิขันธ์ (กองสมาธิ, หมวดสมาธิ ประมวลธรรมทั้งหลาย เช่น ฉันทะ วิริยะ จิตตะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ เป็นต้น — body of concentration; concentration category)
๓. ปัญญาขันธ์ (กองปัญญา, หมวดปัญญา ประมวลธรรมทั้งหลาย เช่น ธัมมวิจยะ วิมังสา ปฏิสัมภิทา สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ เป็นต้น— body of wisdom or insight; understanding category)
๔. วิมุตติขันธ์ (กองวิมุตติ, หมวดวิมุตติ ประมวลธรรมทั้งหลาย เช่น ปหาน วิราคะ วิโมกข์ วิสุทธิ สันติ นิโรธ นิพพาน เป็นต้น — body of deliverance; deliverance category)
๕. วิมุตติญาณทัสสนขันธ์ (กองวิมุตติญาณทัสสนะ, หมวดธรรมเกี่ยวกับการรู้ การเห็นในวิมุตติ ประมวลธรรมทั้งหลาย เช่น ผลญาณ ปัจจเวกขณญาณ เป็นต้น — body of the knowledge and vision of deliverance; knowing-and-seeing-of-deliverance category)
ธรรมขันธ์ ๔ ข้อต้น เรียกอีกอย่างว่า สาระ ๔ (แก่น, หลักธรรมที่เป็นแกน, หัวใจธรรม — essences)

พุทธคุณโดยพิศดาร (บทสวดคู่ พระอาการวัตตาสูตร)

อิติปิโส ภะคะวา กัมมัฏฐานัง สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะโลกา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะฐะวีธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อาโปธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เตโชธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วาโยธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อากาสะธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิญญาณะธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โลกะธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา จักกะวาฬะธาตุ สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน

อิติปิโส ภะคะวา จาตุมหาราชิกา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ตาวะติงสา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ยามา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ตุสิตา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา นิมมานะระตี เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน

อิติปิโส ภะคะวา พรัหมะปะริสัชชา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา พรัหมะปะโรหิตา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา มหาพรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะริตตาภา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อัปปะมาณาภา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อาภัสสะรา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะริตตะสุภา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อัปปะมาณาสุภา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุภะกิณหะกา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะสัญญิสัตตา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เวหัปผะลา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะวิหา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะตัปปา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุทัสสา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุทัสสี พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะกะนิฏฐะกา พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อากาสานัญจายะตะนะ พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิญญานัญจายะตะนะ พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อากิญจัญญายะตะนะ พรัหมา เทวา สัมมาวิชชาจะระณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เนวะสัญญานาสัญญา ยะตะนะ พรัหมา เทวา สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน


อิติปิโส ภะคะวา โสตาปัตติมัคโค สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โสตาปัตติผะโล สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะกิทาคามิมัคโค สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะกิทาคามิผะโล สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะนาคามิมัคโค สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะนาคามิผะโล สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัตตะมัคโค สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัตตะผะโล สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน


อิติปิโส ภะคะวา นิพพานัง ปะระมัง สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา นะโมเมสัพพะพุทธานัง สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา นะโมโพธิมุตตะนัง สัมมาวิชาจะระนะสัมปันโน


อิติปิโส ภะคะวา ตัณหังกะโร นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เมธังกะโล นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สะระนังกะโร นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ทีปังกะโร นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โกญฑัญโญ นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา มังคะโล นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุมะโน นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เรวะโต นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โสภิโต นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะโนมะทัสสี นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะทุโม นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา นาระโท นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปะทุมุตตะโร นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุเมโธ นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สุชาโต นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปิยะทัสสี นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อัตถะทัสสี นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ธัมมะทัสสี นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สิทธัตโถ นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ติสโส นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา ปุสโส นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา วิปัสสี นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา สิขี นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา เวสสะภู นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา กะกุสันโธ นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โกนาคะมะโน นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา กัสสะโป นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา โคตะโม นามะ ภะคะวา สมาธิปัญญาคุณะสัมปันโน


ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพพุคคะโต อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทธโธ วิชชาจะระนะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
โส อิมัง โลกัง สะเทวะวัง สะมาระกัง สะพรัมะกัง สัสสะมะณะพราหมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปะเวเทสิ โส ภะคะวา จักขุภูโต ญาณะภูโต ธัมมะภูโต ตัสสะทา ปะวัตตา อัสสะ ชะเนนตา อะมะตัสสะ ทาตา ธัมมะสามิ ธัมมะราชา ธังมัง เทเสสิ อาทิกัลยาณัง มัชเฌกัลยาณัง ปะริโยสานะกัลยาณัง สาตถัง สะพยัญชะนัง เกวะละ ปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พรัหมะจะริยัง ปะกาเสสิ สาธุ โข ปะนะ ตะถารูปา


(พระคาถาสุนทรีวาณี) (หัวใจพระอาการวัตตาสูตร)
มุนินทะ วะทะนัมพุชะคัพภะ สัมภะวะสุนทะรี ปาณีนัง สะระณัง วาณี มัยหัง ปิณะยะตัง มะนัง

พิธีการแก้ไขกรรม แก้ไขดวง ด้วยตนเอง

อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ให้ทำพิธีในวันพระขึ้น 15 ค่ำ จะดีที่สุด หากไม่ได้ให้ทำในวันที่เราสะดวก หรือวันเกิดของเรา เช่น เกิดวันจันทร์ก็ทำวันจันทร์ แต่งกายให้เหมาะสมตามที่เราพอทำได้ให้สุภาพ ทำด้วยความเคารพจะเห็นผลไว
ทำกลางแจ้งเวลาก่อนเที่ยง
ให้จัดเตรียม
1. พานข้าวตอก(พานใส่ข้าวตอก ข้าวตอกคือเม็ดข้าวเปลือกคั่วให้แตกออก)
2. บายศรีพานพระ 3 ชั้น คือบายศรีสามชั้น 1 พาน
หาไม่ได้ไม่เป็นไร เอาตามกำลังเราอย่าให้เดือดร้อนเพราะทำดี
3. ธูป 30 ดอกสีแดง แทนบารมี 30ทัศ ที่เราทำมา เพื่อบูชาพระรัตนตรัย
4. เทียน 1 คู่ แทนบูชาพระธรรมที่ให้แสงสว่างทางธรรมแก่สรรพสัตว์
5. ดอกไม้ 5 คู่ สีขาว ใส่บนพาน แทนขันธ์ห้า ของเทพ พรหม และเจ้ากรรมนายเวร ที่มาชุมนุมรับทราบ
6. เงิน 7 บาทขึ้นไป บูชาครูบาอาจารย์ที่ท่านมาสงเคราะห์เรา ใส่ลงบนพานดอกไม้ ในข้อ 5

หาโต๊ะใหม่ๆมาสักอัน ให้เอาไว้ใช้เพื่อการมงคลโดยเฉพาะใช้งานนี้ อย่าเอาไปใช้ที่อื่นที่ไม่เหมาะ จะไม่เป็นมงคล จากนั้นเอาผ้าขาวปู ทำพิธีกลางแจ้ง ของทั้งหมดวางบนโต๊ะ

ต้องทำก่อนเที่ยง ไม่เช่นนั้นเทวดาท่านมีกิจไปที่อื่นหมด

7. น้ำเปล่าใส่ในพานสำริดหรือพานสวยๆ สะอาด บางบนโต๊ะ ถ้ามีเหรียญ หรือยันต์ทำน้ำมนต์ของครูบาอาจารย์ที่เรานับถือ เราก็ใส่ลงไปในน้ำด้วย
เมื่อพร้อมแล้ว ให้สมาทานศีล 5 หรือศีลแปด

จากนั้นนะโมฯ 3 จบเพื่อนอบน้อม พระรัตนตรัย

จากนั้นชุมนุมเทวดา เทวดาและพรหมท่านจะลงมาสงเคราะห์เราในการทำพิธี

สัคเค กาเม จะ รูปเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุฯ ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตาฯ
ให้น้อมใจเคารพ เทพพรหมท่านจะมาชุมนุม รับทราบและโมทนากรรมกับเรา

จากนั้นขอขมาพระรัตนตรัย
คำขอขมาพระรัตนตรัย
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ
(ถ้าหลายคนว่า.....ขะมะตุ โน ภันเต, ฯลฯ....
ขะมะตุ โน ภันเต , อุกาสะ ขะมามะ ภันเต ฯ )
หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุก ๆ
พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้
ก็ดี ด้วยทางกายหรือวาจาก็ดี และด้วยเจตนาหรือไม่มีเจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ขอองค์สมเด็จ-
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย
และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ ฯ

จากหนังสือสวดมนต์แปล
วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ขอขมาพระรัตนตรัยเสร็จขอขมาพ่อแม่และบุพการีทั้งหมดของเรา
ให้ว่าภาษาไทยนี่แหละเข้าใจดี

หากลูกเคยทำผิดประการใดต่อพ่อแม่และบรรพชน บูรพบรรพชนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อพ่อแม่ในชาตินี้ หรือพ่อแม่ในชาติที่ผ่านๆมาทั้งหมด ด้วยกาย วาจา ใจ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ลูกขอขมากรรมทั้งหมด ต่อพ่อแม่บรรพชน และบูรพบรรพชนทั้งหมดทุกท่าน

ขอขมาครูบาอาจารย์

หากศิษย์เคยกระทำผิดประการใดต่อครูบาอาจารย์และบูรพาจารย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์บูรพาจารย์ในชาตินี้ หรือทุกๆท่านในชาติที่ผ่านๆมาทั้งหมด ด้วยกาย วาจา ใจ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ศิษย์ขอขมากรรมทั้งหมด ต่อครูบาอาจารย์และบูรพาจารย์ทั้งหมดทุกท่าน

เมื่อเสร็จแล้วให้ขอขมากรรมต่อ เทพและพรหมทั้งหมด
หากข้าพเจ้าเคยกระทำผิดด้วยประการใดอันเป็นการล่วงเกินต่อ เทพ ทุกพระองค์ พรหมทุกพระองค์ ไม่ว่าจะทำผิดในชาติก่อนทุกชาติที่ผ่านมา และในชาตินี้ ไม่ว่าจะตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ดี ขอทุกพระองค์ท่านได้โปรดอดโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด ข้าพเจ้าขอขมากรรมต่อพระองค์ท่านทุกพระองค์

จากนั้นให้เราอธิษฐานจิตขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหมด เพื่อเขาจะได้ลดโทษ หรืออโหสิกรรมให้เราทั้งหมด

ตั้งจิตอธิษฐานโดย
ขออาราธนาคุณแห่งพระรัตนตรัย พระบรมมหาจักพรรดิ์ทุกๆพระองค์ พระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์ เทพ พรหม ตลอดทั้งผู้มีพระคุณทุกท่าน พระยายมราช และพระแม่ธรณี ได้โปรด ช่วยเป็นสักขีพยาน และนำสัจจะวาจาของข้าพเจ้า (นาย,นาง ,นาวสาว)............................................................... ไปส่งถึงเจ้ากรรมนายเวร ทั้งหมด จากนั้นกล่าววาจาให้สำรวม โดยกล่าวว่า หากใครเคยล่วงเกินเรา เราขอยกโทษให้ทั้งหมด และหากเราเคยล่วงเกินใคร ท่านผู้ใด เราขออโหสิกรรมจากท่านทั้งหมด ขอให้ท่านอโหสิกรรมให้ข้าพเจ้าด้วย หากท่านยังโกรธแค้น ก็ขอให้ลงโทษสถานเบา จากเบาจงเป็นศูนย์ เราขอโอกาสทำดี ใช้หนี้กรรมให้ท่าน
หากท่านทำให้เราทำกุศลต่อไม่ได้ ท่านจะไม่เกิดประโยชน์ ได้แต่แก้แค้น แต่ไม่ได้กุศลประการใด เราขอโอกาสทำดี และจากนี้จะขอทำตนเป็นคนดีใฝ่ดีตลอดไป โปรดอโหสิ....

จากนั้นให้ขอพรทุกท่านทุกพระองค์ โดยอธิษฐานว่า

ลูกขอ อาราธนาพระอานุภาพ
แห่งพระรัตนตรัย อันประกอบไปด้วยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรมแห่งพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยะสงฆ์ทุกๆพระองค์ พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติชอบ และขอบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์ โดยมี............เช่น...(หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค,หลวงปู่ทวด วัดช้างให้,หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ครูบาเจ้าศรีวิชัย โพธิสัตว์กวนอิม พระกษิติโพธิสัตว์คือเราศรัทธาองค์ไหน ขอบารมีท่าน)โดยมีพระศรีอาริยเมตรไตรยเป็นประธานเป็นที่สุด
อีกทั้งบารมีแห่งสมเด็จพระบรมมหาจักพรรดิ์ทุกๆพระองค์ เทพ เทพนารี ทุกๆพระองค์ พรหมทุกๆพระองค์ ตลอดทั้งครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา อีกทั้งท่านผู้มีพระคุณทุกท่าน ทุกพระองค์ได้โปรดปราสาทพรให้ลูก จงมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข มีความสุขกายสุขใจ ขอให้ถึงพระนิพพาน หากยังไม่ถึงซึ่งพระนิพพานเพียงใดขอนับจากวันนี้จงมีแต่ความคล่องตัวในทุกด้านทั้งทางโลกและทางธรรม

แล้วอธิษฐานพ่วงสุดท้ายคือ ลูกขอตั้งใจทำดี เพื่อผลความดีให้ลูกถึงพระนิพพานสิ้นทุกข์ หากยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอให้นับตั้งแต่กาลนี้ไปจงมีแต่ความคล่องตัวทุกๆด้าน ปรารถนาสิ่งใดเป็นพิเศษก็อธิษฐานเอา.......ขอให้เจอคู่แท้ ลูกไม่มีก็ขอท่านเอา ขาดสิ่งไหนขอเอา ลูกที่มาจะเกิดจะเป็นเทพมีบุญญาธิการหนุนพ่อหนุนแม่

ให้อธิษฐานโดยการเปล่งวาจาดังๆด้วย
หากข้าพเจ้ามีคู่ครองที่ติดตามมา แต่อยู่กันคนละภพชาติ ขอให้เราเป็นอิสระต่อกัน ขอยกเลิกกฏสัญญาต่อกัน หากเคยล่วงเกินกันข้าพเจ้าขอขมากรรมจากท่าน หากท่านถูกข้าพเจ้าล่วงเกินข้าพเจ้าก็ขออภัย ข้าพเจ้าขอมีคู่เป็นมนุษย์ปรกติ ขอมีคู่ที่ดีคู่แท้ คู่บารมี คู่สร้างความดี หากท่านยังรักและหวังดีขอให้รักอย่างสัมมาทิฐิช่วยข้าพเจ้าให้พ้นทุกข์ทั้งมวล

ท้ายสุดขอพรทุกๆพระองค์ท่าน คือให้ทุกพระองค์ทำน้ำมนต์ทิพย์ให้

"ขอให้น้ำในขันสำริดมีอานุภาพด้านมงคลทุกประการเทอญ"
น้ำในขันสำริดเป็นน้ำมีอานุภาพ ถ้าป่วยหรือรู้สึกว่าไม่ดี ใบหน้าหมองๆ โดนของ โดนผีทำ ให้ตักน้ำยกขึ้นสาธุใส่หัว แล้วดื่มสักแก้ว ที่เหลือนำไปประพรมตามสถานที่ต่างๆให้ทั่วๆ หรือดื่มเพื่อหนุนธาตุเพิ่มสิริมงคล
ก่อนพรมน้ำทิพย์มนต์นี้ บอกไปดังๆ ใครไม่ถูกกับน้ำมนต์หนีไปก่อนเน้อ เราจะทำสิ่งมงคลในบ้านเรา จากนั้นพรมไปเลย หากผีปีศาจตนไหน อสุรกายตนไหน ดื้อด้าน จะโดนจัดการ น้ำนี้เทพพรหมทั้งหมดช่วยสงเคราะห์เรา มารที่ไหรกล้าหือ เจอดี จะเจอลูกศิษย์ท้าวเวสสุวรรณเพ่นกบาลเอา เราดื่มลงไปสักแก้ว โรคที่เป็นจะทุเลา ของไม่ดีที่แฝงในเราจะถูกขับออก บางคนจะอาเจียน บ้างจะเป็นของแปลกๆ

เมื่อทำครบแล้ว อย่าลืมนะครับ ตั้งใจแล้วกล่าวดังๆไปเลย บุญใดลูกได้ทำแล้ว ขอถวายบูชาพระรัตนตรัย และท่านผู้มีพระคุณทุกท่าน ทุกพระองค์ที่มาชุมนุมกันแล้ว ณ โอกาสนี้ จากนั้นก็ส่งพระองค์ท่านทุกพระองค์กลับ

"บัดนี้เสร็จพิธีแล้ว ตามอัธยาศัยเถิดพระเจ้าข้า"

หัวหน้าเทวดา หรือองค์ที่ถูกชะตากับเราเป็นพิเศษ ท่านจะตามดูแลช่วยเหลือกิจต่างๆของเราตลอดครับ จะเห็นว่าชีวิตจะดีขึ้นอย่างมาก ภายในไม่กี่เดือน เมื่อมีเหตุอะไรไม่ดี ท่านจะมาบอกมาเตือน อย่าลืมทำบุญอุทิศถึงท่านบ้าง

จากนี้ไปก็ให้ตั้งใจทำดี ไปเรื่อยๆ ทั้งทานศีล ภาวนา ตั้งใจเพื่อพระนิพพาน

ขอให้ญาติธรรมทุกท่าน ที่ใฝ่ดี แต่ยังมีทุกข์ ต้องการพ้นทุกข์ ก็ขอให้พ้นทุกข์กันทุกๆท่าน

โชคลาภ ขอหวย)

เรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ผมไม่มีเจตนาสอนให้ใครไปนั่งทำหวย
ผมเพียงแต่เล่าเรื่องราวของประสบการณ์ที่ผมเคยพบเห็น
และเคยทดลองทำมาด้วยตนเองให้ทราบเท่านั้น
ส่วนใครจะคิดอุตริทดลองเลียนแบบทำตามดูนั้น
เป็นสิทธิเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน
คืนนั้นผมยังจำได้ดี
หลวงปู่พระสงฆ์ชาวเขมรอายุ ๙๕ ปีเศษ
ท่านบอกให้ผมทำขันห้าขันแปด
ผมตัดใบตอง(ใบกล้วย)ทำเป็นกรวยห้ากรวยและแปดกรวยตามที่ท่านสั่ง
วางแยกกันไว้เป็นสองกองในถาดเดียวกัน
แต่ละกรวยมีดอกไม้ขนาดเล็กหนึ่งดอก เทียนเหลืองขนาดเล็กหนึ่งแท่ง ธูปสั้นหนึ่งอัน
ท่านสั่งให้ผมตักน้ำสะอาดชนิดดื่มกินได้ให้ใส่น้ำจนเกือบเต็มถึงขอบขัน
หลวงปู่ล้างย่ามควานหาก้อนขี้ผึ้งแท้สีน้ำตาลที่ค่อนข้างนุ่มเหนียวคล้ายดินน้ำมัน
มาปั้นห่อหุ้มเส้นด้ายสายสิญจน์ขนาดใหญ่จนกลายเป็นแท่งเทียน
ปากท่านก็สอนผมว่าต้องใช้ขี้ผึ้งแท้สีน้ำตาลเพราะน้ำตาเทียนมันจะเหนียว
เกาะตัวกันแน่นดี
ท่านเอาลวดเส้นใหญ่ยาวประมาณหนึ่งฟุตพาดบนขอบขัน
จุดธูปเทียนบอกกล่าวครูบาอาจารย์แล้วเริ่มสวดมนต์เป็นคาถาเขมร
ท่านมาบอกภายหลังว่าภาษาเขมรนั้นเป็นพระคาถาชุมนุมเทวดาธรรมดา
แต่เป็นภาษาเขมรเท่านั้นใช้ของไทยก็ได้เหมือนกัน
สวดเสร็จท่านก็วางเทียนขี้ผึ้งแท้ที่ท่านปั้นมากับมือวางพาดกับลวด
ที่พาดไว้บนขอบปากขัน
ปลายเทียนอยู่ห่างจากผิวน้ำเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ท่านเริ่มหยิบเทียนขี้ผึ้งมาเสกด้วยพระคาถานี้

,“ ฉิมพะลี จะมะหาเถโร เทวะตา นะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ
มะหาลาภัง กะโรตุเม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภะ
ภะวันตุ สัพพะทา
ฉิมพะลี จะมะหานามัง อินทาพรหมมา จะปูชิตัง
สัพพะลาภัง ประสิทธิเม เถรัสสานุภาเวนะ
สะทาสุขี ปิยังมามะ
สะหัสสะเนโต เทวินโท ทิพย์จักขุง วิโสทายิ
สะหัสสะเนโต เทวินโท ทิพย์จักขุง วิโสทายิ
โลกะวิฑู โลกะวิฑู โลกะวิฑู ”
เสกเทียนจุดวางพาดเสร็จท่านหยิบลูกประคำมาหลับตาเสก
ชักลูกประคำร้อยแปดจบด้วยพระคาถาทำหวย
“ มะอะอุสีวัง อะจุตตัง พะอะระหัง จุตติ
โลกะอิทัง ยะธิระสังฆัง
จุตติ จุตติ ”
เคล็ดลับ ถ้าดูตัวเลขไม่ออกหรือดูไม่ชัด ท่านให้พลิกตัวเลขกลับ
จะมองเห็นได้อย่างชัดเจนมาก
ถ้าจะทำเป็นพิธีใหญ่(อวดชาวบ้าน)
ท่านกำหนดให้ใช้เครื่องพิธีเครื่องเซ่นสังเวยชุดใหญ่
บายสีปากชามไข่ลูกยอดหนึ่งคู่
เทียนขี้ผึ้งแท้สีน้ำตาลหนักสองบาทมาปั้นหุ้มไส้เทียนด้วยมือตนเอง
จุดธูปเทียนและสวดตามกำลังวันหวยออก
จัดเครื่องเซ่นสรวง กล้วยหวี บุหรี่ซอง เหล้าขวด หมากพลู บุหรี่ ยาเส้น
ผลไม้ ๓-๕-๗ -๙ อย่าง(ตามฐานะ)
แต่ถ้าทำเองตามลำพังจัดพอเป็นพิธีก็ได้
หลวงปู่ท่านว่าท่านเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเลขที่ได้มานั้นมันเป็นเลขบนหรือเลขล่าง
ผมไม่ใช่คนชอบเล่นหวยจึงไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร
แต่ผมกลับสนใจและแปลกใจว่าเพราะเหตุใดเลขที่ได้แต่ละชุดจึงเป็นพวกเดียวกัน
เลขไทยทั้งชุดหรือเลขสากลทั้งชุด
ท่านสอนผมว่า
การวางเทียนพาดลงบนเส้นลวดที่วางพาดบนปากขัน
ต้องวางให้ใกล้ชิดกับผิวน้ำให้มากที่สุด
เพื่อให้ดอกเทียนสามารถเกาะตัวกันได้ง่าย
ดอกเทียนจะได้ไม่ลอยหนีกัน
ทำให้ดอกเทียนไม่สามารถเกาะตัวติดกันได้เหมือนวางห่างผิวน้ำ
ผมนั่งมองดูดอกเทียนสักพัก
น้ำตาเทียนหรือดอกเทียนเริ่มเกาะตัวเชื่อมต่อกันเป็นตัวเลขทีละตัวจนครบสามหลัก
ที่น่าแปลกมากก็คือ
เมื่อดอกเทียนหยดเชื่อมตัวกันเป็นตัวเลขสมบูรณ์แล้วจะขาดลอยหลบไป
เปิดที่ว่างให้ดอกเทียนชุดต่อไปหยดเชื่อมตัวต่อกันเป็นตัวเลขตัวใหม่
ถ้าเลขตัวแรกเป็นเลขไทยตัวต่อไปก็เป็นเลขไทยทั้งสามตัว
แต่ถ้าตัวเลขตัวแรกเป็นเลขสากลตัวต่อไปก็จะเป็นตัวเลขสากลหมดทั้งชุด
เมื่อได้เลขครบสามตัวแล้วหลวงปู่ท่านก็หยุดสวด
หยิบเทียนขี้ผึ้งเล่นนั้นจุ่มลงดับในขันน้ำนั้น
ท่านเล่าว่าเคยมีคนมากราบเท้าวิงวอนขอให้ท่านช่วยทำพิธีให้
แต่ไม่ว่าท่านจะทำกี่ครั้งดอกเทียนก็ไม่ยอมเกาะตัวเชื่อมกันเป็นตัวเลข
ดอกเทียนจะต้องเชื่อมต่อกันแน่นจนสามารถหยิบยกขึ้นมาดูได้เป็นตัวๆ
มิใช่ดอกเทียนเล็กๆลอยมาต่อตัวกันหรือลอยมาเรียงตัวกัน
บางครั้งสวดจนเทียนขี้ผึ้งหมดได้เลขเพียงตัวเดียว
ท่านก็จะหยุดไม่ยอมใช้เทียนอันอื่นทำต่อให้ครบสามตัว
ท่านว่าเจ้าของวิชาท่านให้แค่นี้แหละ
ผลการออกรางวัล
เลขที่ท่านได้ตรงกับเลขท้ายสามตัวล่าง
แต่ผมไม่ได้ซื้อเพราะไม่ชอบเล่นหวยหรือล็อตเตอรี่
ท่านว่าคนทำจะซื้อเองหรือให้คนอื่นซื้อหรือแทงให้ไม่ได้โดยเด็ดขาด
สูตรสีผึ้งแสนเสน่หา
ขี้ผึ้งแท้บริสุทธิ์สีขาวหนึ่งกล่อง
น้ำมันจันทน์(สำหรับผสม)หนึ่งขวดกลม
หัวเชื้อน้ำมันจันทน์หนึ่งขวด
ยอดรัก(ยอดกิ่งต้นรัก)
ยอดหลง(ยอดกิ่งต้นกาหลง)
ยอดนิยม(ยอดกิ่งมะยม)
(สาวอมตะ/สาวสองพันปี)ดอกบานมิรู้โรย
(เจ็ดวัน)กลีบยอดดอกทานตะวันเจ็ดกลีบ
ผงดินสอพองลบจากยันต์แสนเสน่หา
มนต์บ่วงนาคราชมัดใจ
มนต์รักพระพาย
ปลุกเสกวันพระจันทร์เต็มดวงข้างขึ้นสิบห้าค่ำ
ด้วยพระคาถากฤษณะมนต์
“ กฤษณะราคะ ชนะจิตตัง มนุษะยานัง เสพะสุขัง ”
๑๐๘ จบ

อาถรรพณ์รักสลาย
ใบระกำ
ใบจางจืด(จืดจาง)
ใบตองแตก
ใบจาก
ใบเต่าร้าง
ใบเต่าเกลียด
กระทืบยอด
ใบลั่นทม
รากกระจัดกระจาย(กำจัดกำจาย)
บดหรือตำผสมดินเหนียวหรือขี้ผึ้งแท้ปั้นหุ่นชายหญิงหันหลังชนกัน
ใช้หนามระกำแทงอกหุ่นชายทะลุหลังหุ่นหญิง แทงอกหุ่นหญิงทะลุหลังหุ่นชาย
คนชอบกันรักกันหลงกันจะเกลียดชังกันไม่มองหน้ากัน
แต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ผิดของจะเข้าตัวใครเห็นใครเกลียดใครเห็นใครชัง
พิธีกันและแก้สารพัดอุบาทอัปมงคลทั้งปวง
(เสนียด/จัญไรอัปมงคล-อุบาทว์/อัปรีย์ จัญไร- อัปมงคล/ไม่เป็นมงคล)
อุบาทว์เกิดทางทิศบูรพา(ทิศตะวันออก)เกิดจากอุบาทว์พระอินทร์
อุบาทว์เกิดทางทิศอาคเนย์(ทิศตะวันออกเฉียงใต้)เกิดจากอุบาทว์พระพระเพลิง
อุบาทว์เกิดทางทิศทักษิณ(ทิศใต้)เกิดจากอุบาทว์พระพญายม
อุบาทว์เกิดทางทิศหรดี(ทิศตะวันตกเฉียงใต้)เกิดจากอุบาทว์พระนารายณ์
อุบาทว์เกิดทางทิศประจิม(ทิศตะวันตก)เกิดจากอุบาทว์พระวรุณ
อุบาทว์เกิดทางทิศพายัพ(ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)เกิดจากอุบาทว์พระพาย
อุบาทว์เกิดทางทิศอุดร(ทิศเหนือ)เกิดจากอุบาทว์พระจันทร์
อุบาทว์เกิดทางทิศอิสาณ(ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)เกิดจากอุบาทว์พระโพสพ
เทพทั้งหลายแสดงปรากฏการณ์ผิดปกติวิสัยของธรรมชาติเพื่อเตือนภัยล่วงหน้า
ให้มนุษย์กันและแก้เสนียดจัญไรและอุบาทว์ทั้งหลายไว้แต่เนิ่นๆ
ปรากฏการณ์ของอุบาทว์พระอินทร์
ฟ้าผ่าลงบนแผ่นดินในพื้นที่ของตน
ผ่า บ้านเรือน สถานที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงาน
ประสาทราชวัง สถานที่ราชการ สถานศักดิ์สิทธิ์
ผ่าศาลพระภูมิ/เจ้าที่ ศาลเทพ ศาลผี ศาลพระพรหม องค์พระ องค์เทวรูป ฯลฯ
ผ่าต้นไม้ใหญ่ คอกสัตว์ ผ่าบานประตูหรือบานหน้าต่าง
ตกช้าง ตกม้า ตกจากแท่นที่ประทับ
ข้าราชการเกิดการทะเลาะวิวาทกัน ขุนนางผู้ใหญ่ร้อนอกร้อนใจหลบเข้าป่าเข้าดง
นักปราชญ์กัดกันเพราะความเห็นไม่ตรงกัน
สัตว์ป่าพลัดเข้าเมือง สัตว์ตัวเมียขึ้นขี่ตัวผู้
วิธีแก้อาถรรพณ์กันอุบาทว์ปัดเสนียดพระอินทร์
ท่านให้รีบนำกาบกล้วยมาทำบัตรพลีกว้างยาวด้านละคืบ
เอาใบ(ตอง)กล้วยมาเย็บทำเป็นกระทง ๗ ใบ
ใส่ข้าวสุกกุ้งพร่าปลายำ น้ำดื่ม ข้าวตอก ขนมนมเนย
ดอกไม้ธูปเทียน ทำธงกระดาษสีเขียว ๗ ธง
เครื่องหอมแป้งร่ำกระแจะจันทน์น้ำอบไทยดอกไม้พวงมาลัยสด
แผ่นทองเปลวหนึ่งแผ่น
ปั้นช้างพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณด้วยดินเหนียว ดินน้ำมัน ขี้ผึ้ง(อย่างใดอย่างหนึ่ง)
นำสิ่งของทั้งหมดไปตั้งวางหน้าหิ้งบูชา
พระคาถาสวดภาวนากันและแก้เสนียดจัญไรและอุบาทว์พระอินทร์
กล่าวมนต์ชุมนุมเทวดาทั้งบทย่อและบทเต็มพระสูตร
โอม...พระอินทราชาธิราชะ อุปาทะวะตายะเอยยะรา พาหานายะ
ปุระพะทิสะ ฐิตายะ อาคัจฉันตุ ภุญชะติ ขิปปายะ
วิปปะยันตุ สะวาหะ สะวาหายะ สัพพะอุปา ทะวะ
วินาสายะ สัพพะ อันตะรายะ วินาสายะ สุขขะวัทฒะโก โหตุ
อายุวัฒนะ สุขะพลัง อัมมะหากัง รักขันตุ
โอม ปุระวะทิศ อินทะเทวะตา สะหายะ คะณะปะ
ริวารายะ อาคัจฉันตุ ปะริภุญชะตุ สะวาหายะ
โอม สัพพะ อุปาทะวะ วัพพะทุกขา
สรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย
สรรพเสนียด สรรพอุบาทว์จัญไร สรรพศัตรู ขอให้วินาสสันติ
อินทะเทวะตา สะทา รักขะตุ สะวาหะ สะวาหายะ
สะวาหะ สะวาหะ สะวาหะ
สวดจบเป่ากระทงเครื่องบัดพลีสามครั้ง
ให้เจ้าภาพนำไปตั้งวางไว้ที่ทางสามแพร่ง
(ถ้าไม่มีทางสามแพร่งให้ใช้เขียนหรือขีดเส้นสามเส้นลงบนพื้นถนนนอกเขตบ้าน
ปลายเส้นทางหนึ่งชี้ไปทางทิศเหนือ
ปลายเส้นทางหนึ่งชี้ไปทางทิศใต้หรือตก
ปลายทางหนึ่งชี้ไปทางทิศตะวันออก
ให้ตั้งวางเครื่องพิธีตรงจุดที่เส้นทั้งสามมาพบกัน)
ถือเป็นอันเสร็จพิธีกันและแก้เสนียดจัญไร
กันและแก้อุบาทว์พระอินทร์แต่เพียงเท่านี้
คาถาบูชาขอพรเทพเจ้าแห่งโชคลาภ
เคล็ดคาถานี้บูชาสำหรับท่านที่เกิดปีต่าง ๆ ทั้ง 12 นักษัตร อันเป็นหัวใจคาถาของทิเบตจารึก เป็นภาษาสันสกฤตมาแต่ครั้งโบราณ โดยให้ตั้งจิตให้สงบระลึกถึงความดี และบุญกุศลที่ได้ประกอบมา แล้วท่องคาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล อธิษฐานขอพรจากท่าน
ท่านที่เกิดในปี ฉลู - มะโรง - มะแม - จอ
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ "โอม ชัมภาลา จาเลน ไนเยน สวาหะ"
ท่านที่เกิดในปี ขาล - เถาะ
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ "โอม อา ฮูโฮฮัม กษะสะ โอม ชัมภาลา ลาจาเลน ไนเยน สวาหะ"
ท่านที่เกิดในปี มะเส็ง - มะเมีย
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ "โอม ชัมภาลา จาเลน ไนเยน ธะนัม เมธิ หะรี ทากินี ชัมภาลา สะมะภารา สวาหะ"
ท่านที่เกิดในปี วอก - ระกา
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ "โอม ปัทมะ โกรธะ อรยะ ชัมภาลา หฤทัย หู ผะฏะ"
ท่านที่เกิดในปี กุน - ชวด
คาถาหัวใจมหาเศรษฐีชัมภล คือ "โอม ชัมภะละ ชะเลนทะรา เย สะวาหา โอม อินทะระ ฌิมขัม ภะมะริ สวาหา"
คาถาพระสีวลีเรียกลาภ หรือคาถาพระฉิมพลีเรียกลาภ
ฉิมพลี จะ มะหาเถโร ฉิมพลี จะ มหาเถรัง ลาภลาภัง นิรันตโร ลาภสุโข นะ ชา ลี ติ
ภาวนากี่จบก็ได้ตามใจชอบ
คาถาเสี่ยงเลข
อิติ อรหัง พุทธนิมิตตัง อุปปันนัง โหติ
ใช้เสี่ยงหาเลข ให้ตั้งจิตอธิษฐานดีๆ การภาวนากี่จบก็ได้ก่อนนอน
ภาณเลข
เลขะยันตัง สันตัง อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ
มนต์ภาณเลขนี้ เมื่อต้องการจะดูเลข ท่านให้บริกรรม กี่จบก็ได้ แล้วเลขเบอร์จะมาปรากฏที่จักขุทวาร หรือโสตทวารเราบ้าง ทำจิตให้ว่างเป็นสมาธิ
นิมิตหวย ล๊อตเตอรี่
โอกาสะ โอกาสะ ข้าพเจ้าขออาราธนาพระเลขตัวสำคัญ พระยันต์ตัวสำคัญตั้งแต่สูญ เถิง 99 จงมาเข้าในจักขุทวาร โสตทวาร
ฆานทวาร ชิวหาทวาร กายทวาร มโนทวาร แห่งข้าพเจ้าเทอญ เอ้หิ เอ้หิ เลขขะยันตัง นิมิตตัง อรหัง อรหัง
ให้ภาวนา 3 หรือ 7 จบ หรือตามสบายๆ
ก่อนภาวนาให้ชำระร่างกายให้สะอาดแต่งกายให้เหมาะสม ทำพิธีก่อนเข้านอน จัดเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธูป เทียน แล้วชุมนุมเทวดา กล่าวบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล สวดมนต์บทอื่นๆ ตามเราชอบ แล้วจึงภาวนาพระคาถาบทนี้
สำหรับคาถาบูชาพระรอดนั้นที่วัดมหาวันไม่มีตัวพระคาถาแต่ท่านครูบาคำหล้า วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ท่านบอกว่าให้ใช้คาถาพระเจ้าโปรดสัตว์ ท่านว่านำได้บอกให้ญาติโยมนำไปใช้กับพระรอด(วัดพระสิงห์สร้างปี2496)ก็ได้ผลดีคาถามีดังนี้ครับ
นโม3จบ
อิติปิโส ภควา มหากรุณาจิตตัง มหาเตชะวันโต โสลิติ พุทโธ ธัมโม สังโฆ โตโต ปะ กะ ตัง มา นะเมอิ อิทธิจิตตัง หิริพุทโธ นโมพุทธายะ
น้อมระลึกถึงครูบาอาจารย์มีหลวงพ่อปาน หลวงพ่อพระราชพรหมญาณเป็นที่สุด
ว่านะโม 3 จบ
อิทธิ ฤทธิ พุทธนิมิตตัง
ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุด้วยเทอญ
คาถาบูชาหลวงปู่ใหญ่พระครูธรรมเทพโลกอุดร
โย อะริโย มะหาเถโร อะระหัง อะภิญญาธะโร
ปะฎิสัมภิทัปปัตโต เตวิชโช พุทธะสาวะโก
พะหู เมตตาทิวาสะโน มะหาเถรานุสาสะโก
อะมะตัญเญวะ สุชีวะติ อะภินันที คุหาวะนัง
โส โลกุตตะโร นาโม อัมเหหิ อะภิปูชิโต
อิธะ ฐานูปะมาคัมมะ กุสะเล โน นิโยชะเย
ปุตตะเมวะ ปิยัง เทสี มัคคะผะลัง วะ เทสสะติ
ปะระมะสารีริกะธาตุ วะชิรัญจาปิวานิตัง
โส โลเก จะ อุปปันโน เอเกเนวะ หิตังกะโล
อะยัง โน โข ปุญญะลาโภ อัปปะมัตโต ภะเวตัพโพ
สาธุกันตัง อะนุกะริสสามะ ยัง วะเรนะ สุภาสิตัง
โลกุตตะโร จะ มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโน
โลกุตตะระคุณัง เอตัง อะหัง วันทามิ ตัง สะทา
มะหาเถรานุภาเวนะ สุขัง โสตถีภะวันตุเม
คาถาบูชาพระพรหม(ของหลวงปู่สี วัดสะแกและหลวงพ่อติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์)
ตั้งนะโม 3 จบ
ขอเดชะพระพุทธะคุณนัง พระธรรมะคุณนัง พระสังฆะคุณนัง มาตาปิตาคุณนัง คุรุอาจาริยาคุณนัง จัตุระพักตร์
พรหมาวิหารัง เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ มะอะอุ
จัตุระพักตรา จะมหาพรหมา มหิทธิเดชา สัพพะสิเน่หา ประสิทธิเม สัพพะลาภาภะวันตุเม สัพพะอันตรายาวินาสสะ
เมนตุ สัพพะศัตรูวินาศสันติ ปิโยเทวะมนุษานัง ปิโยพรหมานะมุตตะโม ปิโยนาคุสุปัณณานัง ปิณิณทริยังนะมามิหัง นะมัต
โตเทวะพรหมเมหิ นะละเทเวหิสัพพะทา นะทันโตสีหะนาทังโย นันทะวันตัง นะมามิหัง
คาถาบูชาสิงห์ ตะมะทัง ปะกาเสนโต ราชะสีโห ราชะราชา ตะถาอาหะ นะมะพะทะ นะโมพุธายะ
คาถาบูชาปู่ฤาษีสิงห์สมิงพราย(หลวงปู่กาหลง)
นะโม 3จบ ก่อนคับ
ยะมะหัง ครูอาจาริยัง สะระณัง คะโต อิมินา สักกาเรนะ ตัง ครูอาจาริยัง อภิปูชะยามิ
ทุติยัมปิ ยะมะหัง ครูอาจาริยัง สะระณัง คะโต อิมินา สักกาเรนะ ตัง ครูอาจาริยัง อภิปูชะยามิ
ตะติยัมปิ ยะมะหัง ครูอาจาริยัง สะระณัง คะโต อิมินา สักกาเรนะ ตัง ครูอาจาริยัง อภิปูชะยามิ
โอม***จะครอบแผ่นฟ้าแลแผ่นดิน ***จะครอบพระสมุทรแลสายสินธุ์ ***จะครอบพระอินทร์แลพระพรหม
***จะครอบพระยมแลพระกาฬ ***จะครอบท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ***จะครอบทั้งตัว*** ***เป็นลูกปู่สิงห์สมิงพราย
ครูจึงจะใช้ให้ เรียกคุณมนต์ ดลแลจ่ามนต์ แลพญามนต์ อย่าได้ไปไกลจากตัว*** โอมประสิทธิแก่*** สวาหะ
ท่อง 3 จบ
ผ้ายันต์ หลวงพ่อครูบาวัง อาจารย์เพชร ออกปี2511 คำแปลตัวยันต์บนผ้ายันต์มีดังนี้ครับ
อม (โอม) นางกวักนางแกว่งแคว้ง (สำนวนนี้พบในผ้ายันต์เสน่ห์ทั่วไป) แกว่งเอาสาวมาเนิอะนางเนิอะ มาเร็วมารักกัน ร้อยหมื่นตื้อแสนวัน ค็ (ก็) ให้มาหาคู (กู) เนิอนาง หากอยู่ฝาก (ฟาก) ฟ้าค็ให้มาหาคูเนิอนางเนิอะนาง หากอยู่ฝาก (ฟาก) พู (ภู) ค็ให้มาหาคูเนิอนางเนิอะนาง หากอยู่หล่ายแม่น้ำขั้นแสนวังค็ให้แล่นมาหาคูเทิอะเนิอนางเนิอะนาง หากอยู่นอกฟ้าแลแดนแก้วค็ให้มาหาคูเนิอนางเนิอะนาง หากอยู่เวียงจันทน์แลล้านช้างค็ให้มาหาคูแท้เทาะเนิอะนางเนิอะนางหากอยู่ชวา (ชวา, ชว้า - ล้านช้างหรือหลวงพระบาง) แลเสียมราชค็ให้มาหาคูแท้เทาะเนิอะนางเนิอะนาง หากอยู่ปัจฉิม (ประจิม ?) จันทบุรีแลล้านช้าง ค็ให้มาหาคูแท้เทาะเนิอะนางเนิอะนาง หากอยู่ทิสสะหล้าน้ำแลหัวของ (ของ-โขง ดินแดนไทลื้อสิบสองพันนา) ค็ขอให้มาหาคูแท้เทาะเนิอะนางเนิอะนาง หากอยู่เมืองหงสาหลวงแลเมืองไธย (ไทย-ไทยกลาง) แลเมืองภม่า (พม่า) ค็ให้มาหาคูแท้เทาะเนิอะนางเนิอะ โอม พระสิลเนโห โอมปิยะ โอมปิยา มาอยู่อย้อง (อ่าน หย้อง แต่งให้งาม) สองตราบ(อ่าน ถะหลาบ) ข้าง คูเป็นดั่งช้าง ๗ สาน (สาร) ๗ แสน เป็นดั่งวิมาน ๙๗ ห้อง มาอยู่อย้องแห่งตัวคู แท้เทาะเนิอะนางเนิอะ โอม เอหิ เอหิ มามะ เอหิ เอหิ ปิยัง มามะ ... (จากนั้นเป็นคาถาบาลี ลงตามช่องที่ว่างไว้)

ป้าย : ชุมนุมสุดยอดพระคาถา
Dictionary : ชุมนุมสุดยอดพระคาถา
________________________________________

วิธีแก้กรรม (สามารถทำเองได้ด้วยตัวเอง)

1.ผู้ฆ่าสัตว์ใหญ่หรือฆ่าคน โดยเฉพาะการทำแท้ง
ให้ทำบุญโดยการถวายพระพุทธรูปหน้าตัก 5 นิ้วขึ้นไป ผ้าขาวหรือผ้าไตรจีวรพร้อมอาหารถวายเป็นสังฆทาน อธิฐานขอบุญจากพระเจ้าบุญศักดิ์สิทธิ์จะนำพาดวงจิตรไปสู่วิมารบุญหรือเราอาจสร้างพระพุทธรูปหน้าตักตั้งแต่ 5 นิ้วขึ้นไปอธิฐานไว้เป็นพระพุทธรูปบูชาอโหสิกรรมพิเศษของเราโดยอัญเชิญดวงจิตรมาเป็นเทพารักษ์ประจำองค์พระ
2.ผู้เบียดเยียนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มีผลทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ
ควรทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ ทำบุญด้วยยารักษาโรค ทำบุญกับโรคพยาบาลหรือด้ายการแพทย์บำรุงพระเถระที่อาพาธ
3.ผู้มีสมบัติพินาศฉิบหายด้วยเหตุต่างๆ
เป็นเพราะเคยทำกรรมชั่วไว้เมื่อชาติบางก่อนให้ทำใจแล้วให้บุญมาแทนที่โดยอธิฐานว่า สมบัติทั้งหลายที่สูญหายไปทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคตขอบูชาแต่พระไตรลักษณ์ พระอนิจจัง พระทุกขังพระอนัตตาขอสมบัติทั้งหลายทั้งทางโลกและทางธรรมหลั่งไหลมาเป็นหมื่นเท่าทวีคูณและควรบริจาคทานตามโอกาส
4.บางคนเคยเป็นหนี้สงฆ์ หนี้สินทรัพย์หนี้เวรหนี้กรรมกับผู้หนึ่งผู้ใด
ให้อธิฐานสร้างพระชำระหนี้ให้พระศาสดาอธิฐานถวายชำระหนี้โดยการปิดทองคำแท้ที่องค์พระด้วยตั้งแต่3แผ่นขึ้นไปหรือทั้งองค์ยิ่งดีพร้อมเงินปัจจัยตามศรัทธาเขียนหน้าซองถวายหนี้สงฆ์ หนี้เวรหนี้กรรมขอให้หมดหนี้กันไป
5.ผู้ประสบทุกข์เพราะความรัก
ให้ตั้งใจรักษาศีล ถือบวชตามที่ทำได้ แล้วเจริญปัญญามากๆความรักไม่เคยทำให้ผู้ใดทุกข์ เพียงที่ทุกข์เพราะควารักแบบยึดติดไม่รู้จักปล่อยวางมากกว่า
6.ผู้ประสบทุกข์เรื่องคู่ครอง
ให้จุดเทียน1คู่ อธิฐานจุดธูป5ดอก ถวายดอกกุหลาบสีขาว แดง เหลือง ส้มชมพู(หรือรวมให้ได้5สี)อษิฐานว่าหากมานแม้นมีหนี้เวรหนี้กรรมต่อกันขอให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกันและให้น้อมจิตระลึกถึงบุญกุศลที่เคยทำร่วมกันเป็นพลังซักนำดวงจิตให้คิดดีต่อกันแล้วอษิฐานแผ่เมตราให้มากๆ
7.ผู้ถูกหลอกลวงเพราะเคยผิดสัจจะวาจา
ให้ตั้งใจรักษาสัจจะในสิ่งที่ดีงามเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นตั้งใจว่าจะสวดมนต์ทุกวันก็ต้องทำให้ได้
8.ผู้มีสติไม่ดีหรือสติบกพร่อง
อาจเพราะชาติก่อนทำกรรมชั่วในเรื่องการเสพของมึนเมาให้งดแล้วเจริญภาวนาเพื่อสร้างพลังสติ

9.ผู้ที่เลี้ยงบุตรหลาน แต่บุตรหลานไม่ได้ดี
ควรแจกหนังสือธรรมะพิมพิ์เผยแพร่ พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ไม่ควรแช่งด่าบุตรหลานให้กล่าวแนะนำสิ่งที่ดีหรือให้ศีลให้พรแทนหากแช่งด่าไว้มากควรไหว้พระสวดมนต์ขอถวนคำแช่งด่าแล้วอษิฐานขอพรในสิ่งที่ดีงามแทน
10.เป็นทุกข์เรื่องบ้านที่อยู่อาศัย
ให้ตั้งขันน้ำที่หน้าองค์พระ เจริญพระคาถาและจุดเทียนทำน้ำพุทธมนต์เวลาดับเทียนให้ตั้งใจดับทุกข์ แล้วต่อด้วยเจริญเมตาพระวิหารอุทิศบุญกุศลให้กับพระภูมิเจ้าที่ เทาดา สรรพสัตว์ทั้งหลายอษิฐานน้ำพระพุทธมนต์ด้วยคาถาอิติปิโสนพเคราะห์หรือคาถาอื่นๆนำไปประพรมให้ทั่วบริเวรบ้านขอให้สิ่งร้ายกับเป็นดี สิ่งดีๆก็ขอให้ดียิ่งขึ้น
11.บางท่านเมื่อถึงวัยเบญจเพศแล้ว โบราณว่าดวงจะไม่ดีต่างๆ
เหตุเพราะดาวโทษทุกข์เสวยอายุเทาวดานพเคราะห์บ้างให้คุณบ้างให้โทษจึงควรบูชาสะเดาะเคราะห์โดยจัดหาเทียนขนาดพอเหมาะแล้วปิดทองคำ อธิฐานเป็นเทียนเสริมสิริมงคลเสริมดวงชะตาชีวิต แล้วแต่งดอกไม้ธูปเทียนจุดภาวนาสวดอิติปิโสนพเคราะห์เต็มสูตรอธิฐานบูชาเทาดาเสวยอายุ เทพนพเคราะหืทุกพระองค์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาดวงชะตา จิตวิญญาณเคหะสถานบ้านเรือนขอให้สิ่งร้ายกับเป็นดี สิ่งดีๆก็ขอให้ดียิ่งขึ้นทำด้วยความตั้งใจย่อมเกิดผลศักดิ์สิทธิ์ ภาวนาไปจนหมดเล่มเทียนก็ยิ่งเกิดผลดี

คำขอขมาใหญ่ในชีวิต เพื่อพิชิตดวงธรรม
ท่านแม่บงกช สิทธิพล แดนมหามงคล
ที่พักบำเพ็ญเพื่อสะสมอารมณ์พระนิพพาน
บ้านช่องแคบ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ๗๑๑๕๐
ลูกน้อมเปิดใจไขกรรมออก ลูกขอนอบน้อมพร้อมเทียนเหนือเศียรเกล้า
เพื่อก้มกราบขมา กราบลาโทษ กราบบูชาสักการะ กราบอนุโมทนา กราบสาธุการ แด่
คุณพระพุทธเจ้า ทุก ๆ พระองค์
คุณพระธรรมเจ้า ทุก ๆ พระองค์
คุณพระอริยสงฆเจ้า ทุก ๆ พระองค์
คุณพระบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์
และผู้มีพระคุณทุก ๆ ท่าน
ลูกทั้งหลายขอน้อมเปิดใจไขกรรมที่ทำมา เพื่อขอขมาใหญ่ในชีวิต
๑. ลูกเคยล่วงเกินด้วยกาย วาจา ใจ ต่อคุณพระพุทธเจ้า ทุกๆ พระองค์ ต่อคุณพระธรรมเจ้า ทุก ๆ พระองค์ ต่อคุณพระอริยสงฆเจ้า ทุก ๆพระองค์ ทั้งเคยล่วงเกินต่อพระภิกษุสงฆ์ พระสมมติสงฆ์ ท่านสามเณร ทั้งแม่ชี แม่พราหมณ์ พ่อพราหมณ์ และนักบวชทั่วโลก ทั้งเจตนาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่กาลก่อนจนถึงวันนี้
๒. ลูกเคยละเมิดคำสอนโอวาทของบิดามารดาผู้ให้เลือดเนื้อและชีวิต เคยถกเถียงต่อปากต่อคำ อันทำให้พ่อแม่เสียใจ เสียขวัญ เสียน้ำตา เสียกำลังใจ เพราะการกระทำอันผิดแนวของการเป็นลูกที่ดีของท่าน แต่กาลก่อนจนถึงวันนี้ ซึ่งการทำให้ท่านผิดหวังในตัวลูก เท่ากับเป็นการฆ่าบั่นทอนชีวิตพ่อแม่ทีละน้อย ๆ ซึ่งเป็นบาปมหันต์แท้ อาจเป็นผลให้ผลักต้านกั้นทางพระนิพพาน
๓. ลูกเคยล่วงเกินคุณครูบาอาจารย์ ทั้งผู้เคยมีพระคุณและมีอุปการะคุณ โดยการกระทำตัวผิดทาง ไม่เอาคำสอนโอวาทท่านมาปฏิบัติเสียแรงที่ท่านพร่ำสอนด้วยใจห่วงใย ด้วยใจรักเมตตา ลูกเคยทำลายล้างคำสอนท่านที่หวังดี แต่กาลก่อนจนถึงวันนี้
๔. ลูกเคยล่วงเกินทุก ๆ ท่านในภูมิจิตแห่งพระนิพพาน ภูมิจิตแห่งพรหมโลก ภูมิจิตแห่งเทวโลกแห่งมนุษย์โลก ภูมิจิตแห่งเดรัจฉานโลก ภูมิจิตแห่งวิญญาณโลก ล่วงเกินต่อปูชนียสถานแดนธรรมในโลก ทั้งเจตนาและมิได้เจตนา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่กาลก่อนจนถึงวันนี้
๕. ลูกเคยแสดงความหยาบกระด้าง หรือใช้กำลังด้วยโทสะรุนแรงตบตีต่อยชกลูกหลาน หรือสามีภรรยาอย่างขาดสติ ขาดจากคุณค่าของมนุษย์ทำตนดุจเดรัจฉาน ลูกเป็นผู้โง่เขลาเมาหลงในอารมณ์ของตนเอง แต่กาลก่อนถึงวันนี้
๖. ลูกเคยผิดพลาดมัวหมองด่างพร้อยรอยมลทินในศีลกาย ศีลวาจา ศีลใจ ทั้งผิดสัจจะที่ตั้งใจ บางข้อบางประการ บางโอกาส แต่กาลก่อนถึงวันนี้
๗. ลูกเคยแสดงออกทางสายตาใบหน้าว่าโกรธเคืองอาฆาตพยาบาท ทั้งเคยสาปแช่งจองเวร ทั้งอิจฉาริษยา ทั้งนินทาใส่ร้ายผู้อื่น และเคยปั้นโยนความผิดให้ผู้อื่นโดยไม่เป็นความจริงเลยแต่กาลก่อนถึงวันนี้
๘. ลูกเคยแสดงความไม่บริสุทธิ์ทางกาย วาจา ใจ ต่อผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่กาลก่อนถึงวันนี้
๙. ลูกเคยแสดงอาการกระทบกระแทกใส่หมู่คณะ หรือผู้อยู่ในครัวเรือนโดยเจตนาจากโทสะ โมหะ อันผิดทาง แต่กาลก่อนจนถึงวันนี้
ลูกนอบน้อมขอขมาใหญ่ในชีวิต
วันนี้ลูกทั้งหลายขอนอบน้อมโอบอุ้มเทียนทิพย์ เทียนมหามงคล เทียนทอง เทียนมหากุศล เทียนธรรม ดับทุกข์ทั้งสิ้น เพื่อกราบขอขมา กราบลาโทษทั้งปวง
ลูกทั้งหลายขอนอบน้อมก้มกราบฝ่าพระบาทพระศาสดาทุก ๆ พระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดรับรู้เป็นสักขีพยาน เป็นพระประธานในการน้อมใจขอขมาใหญ่ในชีวิตลูกเถิด
ขอเดชแห่งคุณพระ พร้อมทั้งพลังมหาบารมีของโลก พร้อมทั้งพลังบารมีของลูก ๆ ที่ร่วมใจบำเพ็ญบารมีวันนี้ จงเกิดอานุภาพ ให้กายลูกเกิดใหม่ ได้มีกายเป็นธรรมมหากุศล วาจาลูกเกิดใหม่ ได้มีวาจาเป็นธรรมมหามงคลแด่ตนและผู้อื่น ได้ดวงจิตที่เกิดใหม่ได้ดวงใจที่เป็นทิพย์ในธรรมตลอดกาล
พระพุทธบิดาเจ้าขา ลูก ๆ ทั้งหลายได้สำนึกตรึกเห็นชัด ในความผิดพลาดบกพร่องมัวหมองของตนเอง พร้อมทั้งเริ่มเข้าใจในพุทธโอวาทของพระพุทธบิดาว่า 'การกระทำแสดงออกทางกาย วาจา ใจ ๓ ประการ ของตน ไม่ว่าจะแสดงออกทางชั่วหรือดี มีคุณหรือให้โทษมากน้อยสักปานใด เจตนาอกุศลหรือมหากุศล นั่นคือผลตนเองจะได้รับเสวยเองทุกประการ ไม่ใช่ผู้อื่นเป็นผู้รับผลตนเอง จะได้รับเต็มบริบูรณ์ทุกประการ รับเสวยเองตลอดกัป ตลอดกาล'
เมื่อลูก ๆ ทั้งหลายเริ่มเกิดแสงสว่างแห่งธรรมอันดุจดวงประทีปแก้วมณีโชติ ได้รุ่งโรจน์ในกายวาจาใจลูกพอควร ลูกได้พิจารณาถึงตนเอง เด่นชัดในความมั่วคิดชั่วร้าย เห็นแจ้งชัดในความผิดพลาดบกพร่องมัวหมองทั้งปวง
ลูกได้กล่าวระบายความในใจไขกรรมออก บอกมหาชนคนทั้งหลายทั่วฟ้าดิน ลูกทั้งหลายเกรงกลัวต่อบาปกรรมอันนำตนสู่ทะเลเพลิงที่ทุกข์ทรมานแสนนานเป็นล้านกัป จะหาสุขสมหวังไม่ได้เลย เพราะได้เคยสร้างอกุศลมลทินโทษดังกล่าวแล้ว โดยหลงผิดคิดว่าตนเป็นคนเก่ง คนดีมีอำนาจ การแสดงออกดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความมืดบอดโง่เขลาเบาปัญญาอย่างน่าสลดแท้ เป็นการลดค่า ไร้ค่าของการเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง ข้อสำคัญเป็นการล่วงเกินอย่างรุนแรงมหันต์ต่อพระพุทธองค์เพราะไม่เคารพเชื่อฟังในพุทธโอวาท คำสอนอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหาเมตตาอันบริสุทธิ์ที่ทรงมีอานุภาพกว้างใหญ่มหาศาลอย่างไม่มีประมาณ มิได้เอาแต่สุขส่วนพระองค์เอง เสียสละพลีชีพเพื่อโปรดเวไนยสัตว์ทั้งโลกด้วยชีวิตของพระองค์เองโดยแท้ปานนั้น ลูก ๆ ทั้งหลายยังมองไม่ค่อยเห็น ถึงคุณค่าอันมหาศาลของพระองค์ที่ทรงพระเมตตาวางแนวธรรมให้พ้นทุกข์หนีภัยทั้งปวงไว้ให้ลูก ๆ ด้วยน้ำพระทัยใสบริสุทธิ์ พระองค์ให้ด้วยชีวิตให้ด้วยจิตใจ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนจากลูก ๆ เลย เมื่อพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ แม้พระองค์จะมีวัยชราภาพถึง ๘๐ พระชันษา พระองค์ยังทรงเสด็จพระราชดำเนินโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายด้วยเท้าเปล่าตลอดสาย และยังทรงอุทิศชีวิตโปรดสาวกจนลมปราณสุดท้าย พระองค์ทรงให้ความสงบ สะอาด สว่าง แด่โลกและมหาชนทั่วโลก น้ำพระทัยของพระองค์ดุจห้วงมหรรณพโดยแท้ ลูก ๆ ทั้งหลายขอถึงฝ่าพระบาทของพระองค์ด้วยเศียรเกล้าตลอดกาลเทอญ
คำถอนอธิษฐานที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ
อิมัง มิจฉา อะธิษฐานัง ปัจจุทธะรามิ
ทุติยัมปิ อิมัง มิจฉา อะธิษฐานัง ปัจจุทธะรามิ
ตะติยัมปิ อิมัง มิจฉา อะธิษฐานัง ปัจจุทธะรามิ
ข้าพเจ้าขอถอนคำอธิษฐาน ถอนคำสาป ถอนคำแช่ง ที่ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้น ถึงพร้อมแล้ว ด้วยกิเลส ด้วยตัณหา ด้วยอุปาทาน ด้วยราคะ ด้วยโทสะ ด้วยโมหะ ด้วยมานะ ด้วยมิจฉาทิฏฐิ เป็นไปเพื่อความพยาบาทเบียดเบียน สร้างเวรสร้างกรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่ประกอบด้วยวินัย ไม่ประกอบด้วยกุศล ไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ประกอบด้วยบารมี ที่ข้าพเจ้าได้อธิษฐานไว้ สาปไว้ แช่งไว้ ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ทั้งหมดทั้งสิ้น
ข้าพเจ้าขออ้างเอาพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระเพลิง แม่พระพาย และเทวดาทั้งหลายทั้งปวง มาเป็นพยาน ว่าข้าพเจ้าขอถอนคำอธิษฐานเหล่านั้น ถอนคำสาปเหล่านั้น ถอนคำแช่งเหล่านั้น ร้อยหน พันหน หมื่นหน แสนหน ล้านหน โกฏิหน ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ด้วยเทอญ
นะถอน โมถอน พุทถอน ธาถอน ยะถอน
นะคลอน โมคลอน พุทคลอน ธาคลอน ยะคลอน
ถอนด้วย นะ โม พุท ธา ยะ
ข้าพเจ้าขอยกโทษ อโหสิกรรม และให้อภัย ในความบกพร่อง ผิดพลาด ของสรรพสัตว์ ทั้งหลายทั้งปวง ทุกชีวิต ทุกจิตวิญญาณ ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อเทอญ

ป้ายกำกับ

ป้ายกำกับ