วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

อานิสงค์พระอาการวัตตสูตร

อานิสงส์พระอาการวัตตาสูตร
เมื่อครั้งพุทธกาล
พระสารีบุตรได้ปริวิตกในจิตว่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ไม่รู้จักบารมีแห่งพระพุทธเจ้าได้อย่างไร
จึงได้กราบทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า มีธรรมอันใดเล่า ที่จะลึกสุขุม
จะห้ามเสียซึ่งหมู่อันธพาลพังกระทำบาปกรรม ทั้งปวงไม่ให้ตกไปในนรกอเวจี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ตรัสถึงบทพระอาการวัตตาสูตรว่า อานิสงส์ดังนี้
ผู้ใดท่องได้ใช้สวดมนต์ปฏิบัติได้เสมอ มีอานิสงส์มากยิ่งนักหนา แม้จะปรารถนาพระพุทธภูมิ พระปัจเจกภูมิ
พระอัครสาวกภูมิ พระสาวิกาภูมิ จะปรารถนามนุษยสมบัติ สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัติ นิพพานสมบัติ
ก็ส่งผลให้ได้สำเร็จสมความปรารถนาทั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้เป็นพระพุทธเจ้าปัญญามาก
เพราะเจริญพระพุทธมนต์บทนี้ ถ้าผู้ใดปฏิบัติได้เจริญได้ทุกวันจะเห็นผลความสุขขึ้นเอง
ไม่ต้องมีผู้อื่นบอกอานิสงส์ แสดงว่าผู้ที่เจริญพระสูตรนี้ ครั้งหนึ่ง จะคุ้มครองภัยอันตราย 30
ประการได้ 4 เดือน ผู้ใดเจริญพระสูตรนี้อยู่เป็นนิจ บาปกรรมทั้งปวงก็จะไม่ได้ช่องหยั่งลงสู่สันดาน
เว้นแต่กรรมเก่าตามมาทันเท่านั้น ผู้ใดอุตสาหะ ตั้งจิตตั้งใจเล่าเรียนได้ สวดมนต์ก็ดี
บอกเล่าผู้อื่นให้เลื่อมใสก็ดี เขียนเองก็ดี กระทำสักการะบูชาเคารพนับถือ พร้อมทั้งไตรทวารก็ดี
ผู้นั้นจะปรารถนาสิ่งใดก็จะสำเร็จทุกประการ ท่านผู้มีปรีชาศรัทธาความเลื่อมใสจะกระทำซึ่งอาการวัตตาสูตร
อันจะเป็นที่พักผ่อน พึ่งพาอาศัยในวัฏฏสงสาร
ดุจเกาะและฝั่งเป็นที่อาศัยแห่งชนทั้งหลายผู้สัญจรไปมาในชลสาครสมุทรทะเลใหญ่
ฉะนั้น อาการวัตตาสูตรนี้ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ที่ปรินิพพานไปแล้วก็ดี
พระตถาคตพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็ดี มิได้สละละวางทิ้งร้างให้ห่างเลยสักพระองค์เดียว
ได้ทรงพระเจริญตามพระสูตรนี้มาทุกๆ พระองค์
จึงมีคุณานุภาพยิ่งใหญ่กว่าสูตรอื่นไม่มีธรรมอื่นจะเปรียบให้เท่าถึงเป็นธรรมอันระงับไปโดยแท้ในอนาคตกาล
ถ้าบุคคลใดทำปาณาติบาต คือ ปลงชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไปเป็นวัชร กรรมที่ชักนำให้ปฏิสนธิในนรกใหญ่ทั้ง 8 ขุม
คือ สัญชีพนรก อุสุทนรก สังฆาตนรก โรรุวนรก ตาปนรก มหาตาปนรก อเวจีนรก เปรต อสุรกาย ดิรัจฉาน กำเนิดไซร้
ถ้าได้ท่องบ่นทรงจำจนคล่องปากก็จะปิดบังห้ามกันไว้ไม่ให้ไปสู่ทุคติกำเนิดก่อนโดยกาลนาน 90 แสนกัลป์
ผู้นั้นระลึกตามเนืองๆ ก็จะสำเร็จไตรวิชชาและอภิญญา 6 ประการ ยังทิพจักษุญาณให้บริสุทธิ์
ดุจองค์มเหสักข์เทวราชมีการรีบร้อนออกจากบ้านไป จะไม่อดอาหารในระหว่างทางที่ผ่านไป
จะเป็นที่พึ่งอาศัยแห่งชนทั้งหลายในเรื่องเสบียงอาหาร ภัยอันตราย ศัตรู หมู่ปัจจามิตร
ไม่อาจจะมาครอบงำย่ำยีได้ นี้เป็น
ทิฏฐธรรมเวทนียานิสงส์ปัจจุบันทันตาในสัมปรายิกานิสงส์ ที่จะเกื้อหนุนในภพเบื้องหน้านั้น
แสดงว่าผู้ใดได้พระสูตรนี้เมื่อสืบขันธประวัติในภพเบื้องหน้า จะบริบูรณ์ด้วยโภคสมบัติ
หิรัณยรัตนมณีเหลือล้นขนขึ้นรักษาไว้ที่เรือนและที่คลังเป็นต้น ประกอบด้วยเครื่องอลังการภูษิตพรรณต่างๆ
จะมีกำลังมากแรงขยันต่อยุทธนาข้าศึกศัตรูหมู่ไพรีไม่ย่อท้อ
ทั้งจะมีฉวีวรรณผ่องใสบริสุทธิ์ดุจทองธรรมชาติ
มีจักษุประสาทรุ่งเรืองงามไม่วิปริตแลเห็นทั่วทิศที่สรรพรูปทั้งปวงและจะได้เป็นพระอินทร์ปิ่นพิภพดาวดึงส
์อยู่ 36 กัลป์ โดยประมาณและจะได้เป็นบรมจักรพรรดิราชผู้เป็นอิสระในทวีปใหญ่ 4 มีทวีปน้อย 2000
เป็นบริวารนานถึง 26 กัลป์ จะถึงพร้อมด้วยปราสาทอันแล้วไปด้วยทอง ควรจะปรีดา บริบูรณ์ด้วยแก้ว 7 ประการ
เป็นของเกิดสำหรับบุญแห่งจักรพรรดิราช จะตั้งอยู่ในสุขสมบัติโดยกำหนดกาลนาน
ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏสงสารอานิสงส์คงอภิบาลตามประคองไปให้มีปัญญาฉลาดเฉียบแหลมว่องไวสุขุมละเอียดลึกซึ
้ง อาจรู้ทั่วถึงอรรถธรรมด้วยกำลังปรีชาญาณอวสานที่สุดชาติก็จะได้บรรลุพระนิพพาน
อนึ่งถ้ายังไม่ถึงพระนิพพานก็จะไม่ไปบังเกิดในอบายภูมิทั้ง 4 มี นรก เปรต อสุรกาย ดิรัจฉาน
กำเนิดและมหานรกใหญ่ทั้ง 8 ขุมช้านานถึง 90 แสนกัลป์ และจะไม่ได้ไปเกิดในตระกูลหญิงจัณฑาลเข็ญใจ
จะไม่ไปเกิดในตระกูลมิจฉาทิฏฐิ จะไม่ไปเกิดเป็นหญิง จะไม่ไปเกิดเป็นอุตโตพยัญชนก อันมีเพศเป็น 2 ฝ่าย
จะไม่ไปเกิดเป็นบัณเฑาะก์ เป็นกระเทยที่เป็นอภัพบุคคล บุคคลผู้นั้นเกิดในภพใดๆ
ก็จะมีอวัยวะน้อยใหญ่บริบูรณ์ จะมีรูปทรงสัณฐานงามดีดุจทองธรรมชาติ
เป็นที่เลื่อมใสแก่มหาชนผู้ได้ทัศนาไม่เบื่อหน่าย จะเป็นผู้มีอายุคงทนจนถึงอายุขัยจึงจะตาย
จะเป็นคนมีศีลศรัทธาธิคุณบริบูรณ์ในการบริจาคทานไม่เบื่อหน่าย จะเป็นคนไม่มีโรค-พยาธิเบียดเบียน
สรรพอันตรายความจัญไรภัยพิบัติ สรรพอาพาธที่บังเกิดเบียดเบียนกายก็จะสงบระงับดับคลายลงด้วยคุณานิสงส์
ผลที่ได้สวดมนต์ ได้สดับฟังพระสูตรนี้ด้วยประสาทจิตผ่องใส
เวลามรณสมัยใกล้จะตายไม่หลงสติจะดำรงสติไว้ในทางสุคติ เสวยสุขสมบัติตามใจประสงค์
นรชนผู้ใดเห็นตามโดยชอบซึ่งพระสูตรเจือปนด้วยพระวินัยพระปรมัตถ์มีนามบัญญัติชื่อว่า อาการวัตตาสูตร
มีข้อความดังได้แสดงมาด้วยประการฉะนี้

คำนมัสการสมเด็จองค์ปฐม ฉบับวัดท่าซุง

คำนมัสการสมเด็จองค์ปฐม ฉบับวัดท่าซุง
วันทามิ พุทธัง ภะวะปารระตินณัง ตีโลกะเกตุง ติภะเวกะนาถัง โยโลกะเสฎโฐ สะกะลัง กิเลสัง เฉตะวานะ โพเธสิ ชะนัง อนันตังฯ ตะมะหัง องค์ปฐม พุทธัง อภิปูชะยามิ ตะมะหังพุทธัง เม สิรสา นมามิ มหากรุณิโก นาโถ อัตถายะหิตายะ สุขายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตะวา ปารมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตมัง สัพพะสัตตุปสัคคา สัพพุปัททะวันตรายะ นิวาระณะสะมัตถัสสะ สุคะตะมะมิตะพุทธิง โลกะนาถัง ปูชิตะวา ปุญญัสสิทานิ กตัสสะ ยานัญญานิ กตานิ เม กุสะละมุปะจิตัง ยันเตนะ เตชุสสะเทนะ จะ ตัสสะ ปารมิเตเชนะ วิละยะมุปะนะยันตะ สัพพุปัททะวา สะทา มหาลาโภ ภะวันตุเม เตสัง สัจเจนะ สีเลนะ ขันติเมตตาพเลนะ จะ เตปิ อัมเห อนุรักขันตุ อโรคะเยนะ สุเขนะ จะ สะทา อัมเห รักขันตุ สุรักขันตุ นุรุปัททะวา สันตุปะสัคคา วูปะสะเมนตุ โน
แปล
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระพุทธเจ้า ผู้ข้ามพ้นผั่งแห่งภพ ผู้เป็นธงชัยแห่งโลกทั้งสามผู้เป็นที่พึ่งเอกของสามภพ ผู้ประเสริฐในโลก ตัดกิเลสทั้งสิ้นได้แล้ว ช่วยปลุกชนหาที่สุดมิได้ ให้ตื่น ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่งเฉพาะสมเด็จองค์ปฐมพุทธเจ้า ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมสมเด็จฯด้วยเศียรเกล้า พระบรมโลกนาถประกอบแล้วด้วยพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ ยังบารมีทั้งสิ้นให้เต็มแล้วเพื่อประโยนช์เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่สัตว์ทั้งปวง ได้บรรลุแล้วซึ่งพระโพธิญาณอันอุดม พระองค์สามารถในอันห้ามเสียซึ่งความเดือดร้อน อุปสรรค และอุปัทอันตราย ทั้งปวง กุศลใดเราบูชาแล้วซึ่งสมเด็จองค์ปฐมสุคตโลกนาถเจ้า ผู้มีพระปัญญานับไม่ได้ บุญอันข้าพเจ้าทำแล้ว ณ กาลบัดนี้ด้วย บุญทั้งหลายอื่น อันข้าพเจ้าทำแล้วในกาลก่อน สร้างสมแล้วด้วยเดชอันแรงกล้าแห่งกุศลนั้นและด้วยเดชแห่งบารมีของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น สรรพอุปัทวะ จงถึงความพินาศไป ขอลาภใหญ่ จงมีแก่ข้าพเจ้า ด้วย สัจจะ ด้วยศีล ด้วยพลังแห่งขันติ และเมตตา ของพระพุทธเจ้านั้น แม้คุณธรรมเหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งเราทั้งหลาย ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรค ด้วยความสุข รักษา เราทั้งหลายเป็นอันดี ทุกเมื่อ ให้ไม่มีอุปัทวะ แม้ความเดือดร้อนและอุปสรรทั้งหลายของเราจงสงบไป
__________________

(f) คำสอนสมเด็จองค์ปฐมฯ(f)
"ท่านทั้งหลาย การหลบหลีกไม่ต้องลงอบายภูมิมีนรกเป็นต้น เป็นของไม่ยาก"
1. ขอทุกท่านจงอย่าลืมความตาย จงคิดว่าความตายอาจจะมีกับเราเดี๋ยวนี้ไว้เสมอๆ
2. เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยความศรัทธาแท้ ด้วยความจริงใจ
3. มีศลีบริสุทธิ์เป็นปกติ
4.เป็นกรณีพิเศษ ปฎิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหมในชาติต่อไป ทุกท่านเห็นพระนิพพานแล้ว ตั้งใจไปพระนิพพานโดยเฉพาะเท่านี้ทุกท่านจะหนีอบายภูมิพ้นและไปนิพพานได้ในที่สุด

ขึ้นตอนการเดินจงกรม วิธีนั่งสมาธิ พระอาจารย์วิริยังค์

ขั้นตอนของการเดินจงกรม
๑. กำหนดเส้นทางจงกรม
๒. ยืนตรงจุดเริ่มต้นทางเดินจงกรม พนมมือระหว่างอกแล้ว หลับตากล่าว คำอธิษฐานเดินจงกรม ว่า
" เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา "
ขอให้ใจของข้าพเจ้าจงสงบเป็นสมาธิ
ยกมือที่พนมสูงขึ้นระหว่างคิ้ว กล่าวในใจว่า "สาธุ"
๓. เอามือลง ใช้มือขวาจับมือซ้าย ห้อยมือพอสบายไม่เกร็ง
๔. กำหนดจิตไว้ที่หน้าผาก ไม่ต้องหลับตา ตามองทางเดินจงกรมไกลว่าตัวประมาณ ๑.๕ - ๒ เมตร
๕. เริ่มบริกรรมคำว่า " พุทโธ ๆ " อยู่ในใจ พร้อมก้าวเท้าขวาเดินตามด้วยเท้าซ้าย ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป เดินในลักษณะเดินปกติ
๖. เมื่อเดินสุดทางจงกรม ให้ค่อย ๆ หมุนตัวกลับทางขวา ยืนทรงตัวตรง แล้วจึงเริ่มก้าวด้วยเท้าขวาเหมือนตอนเริ่มต้น
๗. เมื่อครบตามเวลาทำกำหนด ให้ยืนตรงจุดเริ่มต้นเดิน พนมมือระหว่างอก กล่าวในใจว่า
" สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ "
ขอให้สัตว์ทั้งหลายจงเป็นสุข ๆ เถิด
แล้วยกมือที่พนมขึ้นระหว่างคิ้วแล้วกล่าวในใจว่า " สาธุ " เป็นอันจบพิธีการเดินจงกรม
วิธีนั่งสมาธิ
นั่งขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย ตั้งกายตรง ยกมือพนมระหว่างอก กล่าวคำอธิษฐานสมาธิ
" ข้าพเจ้า ระลึกถึง คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณบิดา มารดา คุณครูบาอาจารย์ จงมาดลบันดาล ให้เจ้าของข้าพเจ้า จงรวมลงเป็นสมาธิ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ... พุทโธ ธัมโม สังโฆ ... พุทโธ ธัมโม สังโฆ ... พุทโธ ๆ ๆ
เอามือลง วางบนตัก มือขวาทับมือซ้าย หลับตาเบา ๆ บริกรรม พุทโธ ๆ ๆ ........ ในใจจนกว่าจะเลิก ตามเวลาที่กำหนด
หลังจากนั้นให้ตั้งใจสวดแผ่เมตตาพิเศษ ดังนี้
สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ, อะเวรา สุขะชีวิโน
ขอให้สัตว์ทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่มีเวรต่อกันและกัน จงเป็นผู้ดำรงชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด
กะตัง ปุญญัง ผะลัง มัยหัง, สัพเพ ภาคี ภะวันตุ เต
ขอให้สัตว์ทั้งสิ้นนั้น จงเป็นผู้มีส่วนได้เสวยผลบุญ อันที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้วนั้นเทอญ

รูปฌาน 4

ฌาน ๒ (การเพ่ง, การเพ่งพินิจด้วยจิตที่เป็นสมาธิแน่วแน่ — meditation; scrutiny; examination)

๑. อารัมมณูปนิชฌาน (การเพ่งอารมณ์ ได้แก่ สมาบัติ ๘ คือ รูปฌาน ๔ และ อรูปฌาน ๔ — object-scrutinizing Jhana)

๒. ลักขณูปนิชฌาน (การเพ่งลักษณะ ได้แก่ วิปัสสนา มรรค และผล — characteristic-examining Jhana)

วิปัสสนา ชื่อว่า ลักขณูปนิชฌาน เพราะพินิจสังขารโดยไตรลักษณ์
มรรค ชื่อว่า ลักขณูปนิชฌาน เพราะยังกิจแห่งวิปัสสนานั้นให้สำเร็จ
ผล ชื่อว่า ลักขณูปนิชฌาน เพราะเพ่งนิพพานอันมีลักษณะเป็นสุญญตะ อนิมิตตะ และอัปปณิหิตะ อย่างหนึ่ง และเพราะเห็นลักษณะอันเป็นสัจจภาวะของนิพพาน อย่างหนึ่ง

ฌานที่แบ่งเป็น ๒ อย่างนี้ มีมาในคัมภีร์ชั้นอรรถกถา.
ดู [๘] [๙] [๑๐] ฌาน ต่าง ๆ และ [๔๗] สมาธิ ๓

AA. II. 41; PsA.281; DhsA. 167. องฺ.อ. ๑/๕๓๖; ปฏิสํ.อ. ๒๒๑; สงฺคณี.อ. ๒๗๓


--------------------------------------------------------------------------------


(๘) ฌาน ๒ ประเภท (ภาวะจิตที่เพ่งอารมณ์จนแน่วแน่ — absorption)

๑. รูปฌาน ๔ (ฌานมีรูปธรรมเป็นอารมณ์, ฌานที่เป็นรูปาวจร — Jhanas of the Fine-Material Sphere)

๒. อรูปฌาน ๔ (ฌานมีอรูปธรรมเป็นอารมณ์, ฌานที่เป็นอรูปาวจร —Jhanas of the Immaterial Sphere)

คำว่า รูปฌาน ก็ดี อรูปฌาน ก็ดี เป็นคำสมัยหลัง เดิมเรียกเพียงว่า ฌาน และ อารุปป์.

D.III. 222; Dhs. 56. ที.ปา. ๑๑/๒๓๒/๒๓๓; อภิ.สํ. ๓๔/๑๙๒/๗๘.


--------------------------------------------------------------------------------


(๙) ฌาน ๔ = รูปฌาน ๔ (the Four Jhanas)

๑. ปฐมฌาน (ฌานที่ ๑ — the First Absorption) มีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา

๒. ทุติยฌาน (ฌานที่ ๒ — the Second Absorption) มีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข เอกัคคตา

๓. ตติยฌาน (ฌานที่ ๓ — the Third Absorption) มีองค์ ๒ คือ สุข เอกัคคตา

๔. จตุตถฌาน (ฌานที่ ๔ — the Fourth Absorption) มีองค์ ๒ คือ อุเบกขา เอกัคคตา

คัมภีร์ฝ่ายอภิธรรม นิยมแบ่งรูปฌานนี้เป็น ๕ ขั้น เรียกว่า ฌานปัญจกนัย หรือ ปัญจกัชฌาน โดยแทรก ทุติยฌาน (ฌานที่ ๒) ที่มีองค์ ๔ คือ วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา เพิ่มเข้ามา แล้วเลื่อนทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตฌาน ในฌาน ๔ ข้างต้นนี้ออกไปเป็น ตติยฌาน จตุตถฌาน และปัญจมฌาน ตามลำดับ (โดยสาระก็คือ การจำแนกขั้นตอนให้ละเอียดมากขึ้นนั่นเอง)

M.I.40 ม.มู. ๑๒/๑๐๒/๗๒

บทสวดพระมหาจักรพรรดิ ... ท่าซุง...อ.ชุมพล

ตั้งสัจจะอธิษฐาน
ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐานขออารธนาบารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม บารมีรวมพระโพธิสัตว์ทุก ๆ พระองค์ พระอริยะสงฆ์ทุก ๆ พระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต มีบารมีหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ เป็นที่สุด บารมีรวมหลวงตาม้า เป็นต้น
ขอบารมีหลวงปู่ดู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำภพภูมิต่าง ๆ ทั้งหลายในทั่วทั้ง ๓ แดนโลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ ๖ ชั้น พรหม ๒๐ ชั้น เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามหาสมุทร โดยทั่วทั้งแสนหมื่นโกฏิจักรวาล เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ท่านปู่ท่านย่าพระอินทร์ ท่านท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ พระยายมราชพร้อมบริวารทั้งหมด พระศรีสยามเทวาธิราชทุก ๆ พระองค์ วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลายที่คอยปกป้องรักษาแผ่นดินสยาม โอปาติกะทั้งหลาย ฤาษีและดาบสทั้งหลาย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทุก ๆ จังหวัด พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี พระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระแม่โพสพ พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ พญาครุฑ และพญานาคพร้อมบริวาร คนธรรณ์ ชาวเมืองลับแล และสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้เคยไปอธิษฐานไว้ และกายทิพย์ของผู้ที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าทั้งสามแดนโลกธาตุ กายทิพย์ของคนในครอบครัวข้าพเจ้า ขอหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำท่านทั้งหลายมาร่วมสวดบทพระมหาจักรพรรดิกับข้าพเจ้าด้วยเถิด

คำอัญเชิญภพภูมิ
ลูกขอตั้งสัจจะอธิษฐานกราบขอ

อาราธนาเมตตาบารมีรวม
หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ขอหลวงปู่ได้โปรดมี
เมตตา อาราธนาบารมีรวมขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยตั้งแต่องค์ปฐม

จนถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิทุกๆ
พระองค์ บารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระ
โพธิสัตว์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้ง
หลาย โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและ

อนาคต บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่

ท่านอันเป็นที่สุด บารมีรวมหลวงตาม้าเป็น

ต้น ขอบารมีหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำ

ภพภูมิต่างๆทั้งหลายในทั่วทั้ง 3 แดน

โลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ 6 ชั้น

พรหม 20 ชั้น เทพพรหมทุก ชั้นฟ้า

มหาสมุทรโดยทั่วทั้งหมื่นแสนโกฎิจักรวาล

เทพพรหมเทวา
ที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตา

ม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับ

ข้าพเจ้าโดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและ

อนาคต ท่านปู่พระอินทร์เจ้าฟ้า ท่านท้าว

จตุมหาราชทั้ง 4 พระยายมราชพร้อมด้วย

บริวารทั้งหมด พระศรีสยามเทวาธิราชทุกๆ

พระองค์ วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลาย ที่คอย

ปกป้อง รักษาแผ่นดินสยาม โอปาติกะ

ทั้งหลาย พระฤาษีและดาบสทั้งหลาย ศาล

เจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆจังหวัด พระเสื้องเมือง

พระทรงเมือง พระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี

แม่พระธรณี แม่พระคงคา พระเพลิงพระ

พาย พระพิรุณ พญาครุฑ พญานาคพร้อม

ด้วยบริวาร คนธรรณ์ ชาวเมืองลับแลและสิ่ง

ศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่

ข้าพเจ้าเคยได้ไปอธิษฐานไว้ ขอหลวงปู่ได้

โปรดเมตตาน้อมนำท่านทั้งหลาย มาร่วม

สวดบทพระมหาจักรพรรดิ เพื่อเพิ่มกำลัง

พร้อมกันกับข้าพเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ด้วย

เถิด






บทบูชาพระ
พุทธัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ ข้าพเจ้าบูชาพระพุทธเจ้าด้วยชีวิต
ธัมมัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ ข้าพเจ้าบูชาพระธรรมเจ้าด้วยชีวิต
สังฆัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ ข้าพเจ้าบูชาพระสงฆ์เจ้าด้วยชีวิต

กราบพระ ๖ ครั้ง
พุทธัง วันทามิ (กราบ)
ธัมมัง วันทามิ (กราบ)
สังฆัง วันทามิ (กราบ)
ครูอุปัชฌาย์อาจาริยคุณัง วันทามิ (กราบ)
มาตาปิตุคุณัง วันทามิ (กราบ)
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ (กราบ)


บทสมาทานศีล ๕
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (๓ ครั้ง)
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ปาณาติปาตา เวระมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อทินนาทานา เวระมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อพรัมมจริยา เวระมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
มุสาวาทา เวระมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
สุราเมระยะ มัชชปมาทัฏฐานา เวระมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ (๓ ครั้ง)
สีเลนะ สุขะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปทา สีเลนะ นิพพุตติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโส ธะเย

บทอาราธนาพระ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (๓ ครั้ง)
พุทธัง อาราธนานัง กะโรมิ
ธัมมัง อาราธนานัง กะโรมิ
สังฆัง อาราธนานัง กะโรมิ

คาถาหลวงปู่ทวด
น้อมระลึกถึงหลวงปู่ทวด แล้วว่าคาถาดังนี้
นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา (๓ ครั้ง)
คาถาหลวงปู่ดู่
น้อมระลึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วว่าคาถาดังนี้
นะโม โพธิสัตโต พรหม ปัญโญ (๓ ครั้ง)
บทขอขมาพระรัตนตรัย
โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง ปาปะกะโต มะยา
ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง ปาปะกะโต มะยา
ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง ปาปะกะโต มะยา
ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ

บทสวดพระมหาจักรพรรดิ
***สวดตามกำลังวัน ***
วันอาทิตย์สวด ๖ จบ วันจันทร์สวด ๑๕ จบ วันอังคารสวด ๘ จบ วันพุธสวด ๑๗ จบ
วันพฤหัสบดีสวด ๑๙ จบ วันศุกร์สวด ๒๑ จบ วันเสาร์สวด ๑๐ จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (๓ ครั้ง)
นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต
อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

อธิษฐานจิตแผ่บุญ
ขออาราธนาอัญเชิญบารมี สมเด็จองค์ปฐม สมเด็จองค์ปัจจุบัน พระบรมมหาจักรพรรดิทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรมบารมีพระโพธิสัตว์ทุก ๆ พระองค์ พระอริยะสงฆ์ทุก ๆ พระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต มีบารมีรวมหลวงปู่ดู่ เป็นที่สุด ตลอดจนคุณความดี บารมีที่ข้าพเจ้าเคยทำมาตั้งแต่อดีตชาติถึงปัจจุบันชาติ ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ขอรวมกำลังบารมีทั้งหมดทั้งมวล แผ่ออกไปทั่วทั้ง ๓ แดนโลกธาตุ แผ่ไปยังผู้ที่อธิษฐานจิตขอความช่วยเหลือ จำได้ก็ดี จำไม่ได้ก็ดี ผู้มีพระคุณต่อข้าพเจ้าและเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ขอหลวงปู่ส่งวิญญาณปรับภพภูมิทั้งหมด และ ครอบวิมานแก้วให้กับข้าพเจ้า ผู้ที่เกี่ยวพันกับข้าพเจ้าทั้งหมดทั้งมวลทั่วทั้ง ๓ แดนโลกธาตุ

บทอัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ
จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขังพันธามิ สัพพะโส (๕ ครั้ง)
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
(อธิษฐานตามปรารถนา)


อธิษฐานจิตแผ่บุญให้แผ่นดิน
ขออาราธนาอัญเชิญบารมี สมเด็จองค์ปฐม สมเด็จองค์ปัจจุบัน พระบรมมหาจักรพรรดิทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรมบารมีพระโพธิสัตว์ทุก ๆ พระองค์ พระอริยะสงฆ์ทุก ๆ พระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต มีบารมีรวมหลวงปู่ดู่ เป็นที่สุด ขอได้โปรดรวมกำลังพระมหาจักรพรรดิที่ข้าพเจ้าได้สวดทุกวัน เพื่อเป็นกำลังบุญ แผ่ให้กับประเทศไทย (นึกถึงแผนที่ประเทศไทยทั้งเก่าและใหม่) และพระเจ้าแผ่นดิน พระสยามเทวาธิราช และผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุและเทพ พรหม เทวาทั้งหลายโดยทั่วทั้งแสนหมื่นโกฏิจักรวาลและ ที่คุ้มครองรักษาข้าพเจ้าตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต

บทอัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ
จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขังพันธามิ สัพพะโส (๓ ครั้ง)
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
(อธิษฐานตามปรารถนา)

อธิษฐานจิตรวมบุญ
ขออาราธนาอัญเชิญบารมี สมเด็จองค์ปฐม สมเด็จองค์ปัจจุบัน พระบรมมหาจักรพรรดิทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรมบารมีพระโพธิสัตว์ทุก ๆ พระองค์ พระอริยะสงฆ์ทุก ๆ พระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต มีบารมีรวมหลวงปู่ดู่ เป็นที่สุด ขอได้โปรดรวมกองบุญของข้าพเจ้าที่ได้กระทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ให้มารวมกันขณะนี้เป็นกำลังเพื่อพระศาสนา และเพื่อเบิกมาใช้ให้มีความคล่องตัวในทุกเรื่อง อันใดติดขัดขอให้คล่องดั่งน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ อันใดคล่องตัวอยู่แล้วขอให้คล่องตัวยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยขึ้นชื่อว่าความอด ความอยาก ความยาก ความไม่มี ความไม่รู้ ไม่สำเร็จ โรคภัยไข้เจ็บจงอย่าได้บังเกิดมีแก่ข้าพเจ้า ผู้เป็นข้ารับใช้แห่งพระพุทธศาสนาตั้งแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพานด้วยเถิด

บทอัญเชิญพระเข้าตัว (แผ่เมตตา)
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ
จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะ รักขังพันธามิ สัพพะโส (๕ ครั้ง)
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
(อธิษฐานตามปรารถนา)







บทสวดมนต์พระมหาจักรพรรดิ
วัดถ้ำเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
www.watthummuangna.com
หลวงตาม้า หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
(ให้สวดเวลา 20.30 น. ของทุกวัน)
คำอัญเชิญภพภูมิ
ลูกขอตั้งสัจจะอธิษฐานกราบขอ

อาราธนาเมตตาบารมีรวม
หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ขอหลวงปู่ได้โปรดมี
เมตตา อาราธนาบารมีรวมขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยตั้งแต่องค์ปฐม

จนถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิทุกๆ
พระองค์ บารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระ
โพธิสัตว์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้ง
หลาย โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและ

อนาคต บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่

ท่านอันเป็นที่สุด บารมีรวมหลวงตาม้าเป็น

ต้น ขอบารมีหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำ

ภพภูมิต่างๆทั้งหลายในทั่วทั้ง 3 แดน

โลกธาตุ อันประกอบไปด้วยเทพ 6 ชั้น

พรหม 20 ชั้น เทพพรหมทุก ชั้นฟ้า

มหาสมุทรโดยทั่วทั้งหมื่นแสนโกฎิจักรวาล

เทพพรหมเทวา
ที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตา

ม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับ

ข้าพเจ้าโดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและ

อนาคต ท่านปู่พระอินทร์เจ้าฟ้า ท่านท้าว

จตุมหาราชทั้ง 4 พระยายมราชพร้อมด้วย

บริวารทั้งหมด พระศรีสยามเทวาธิราชทุกๆ

พระองค์ วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลาย ที่คอย

ปกป้อง รักษาแผ่นดินสยาม โอปาติกะ

ทั้งหลาย พระฤาษีและดาบสทั้งหลาย ศาล

เจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆจังหวัด พระเสื้องเมือง

พระทรงเมือง พระราหูวราหก เจ้ากรุงพาลี

แม่พระธรณี แม่พระคงคา พระเพลิงพระ

พาย พระพิรุณ พญาครุฑ พญานาคพร้อม

ด้วยบริวาร คนธรรณ์ ชาวเมืองลับแลและสิ่ง

ศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่

ข้าพเจ้าเคยได้ไปอธิษฐานไว้ ขอหลวงปู่ได้

โปรดเมตตาน้อมนำท่านทั้งหลาย มาร่วม

สวดบทพระมหาจักรพรรดิ เพื่อเพิ่มกำลัง

พร้อมกันกับข้าพเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ด้วย

เถิด

2
บทบูชาพระ
พุทธัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ธัมมัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ สังฆัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
3
กราบพระ 6 ครั้ง
พุทธัง วันทามิ (กราบ)
ธัมมัง วันทามิ (กราบ)
สังฆัง วันทามิ (กราบ)
ครูอุปัชฌาอาจาริยคุณัง วันทามิ (กราบ)
มาตาปิตุคุณัง วันทามิ (กราบ)
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ (กราบ)
4
บทไตรสรณคมณ์ บทสมาทานศีล 5
.....ตั้งนะโม 3 จบ.....
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ปานาติปาตา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อพรัมจริยา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
สุราเมรยะ มัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ

( 3 ครั้ง )
สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะ

สัมปทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมาสีลัง

วิโส ธะเย
5
บทอาราธนาพระ
....ตั้งนะโม 3 จบ....
พุทธัง อาราธนานัง กะโรมิ
ธัมมัง อาราธนา กะโรมิ สังฆัง อาราธนานัง กะโรมิ
6
คาถาหลวงปู่ทวด
(ให้น้อมรำลึกถึงหลวงปู่ทวด แล้วว่าคาถา ดังนี้)
นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา ( 3 ครั้ง)
คาถาหลวงปู่ดู่
(ให้น้อมรำลึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วว่าคาถา ดังนี้)
นะโม โพธิสัตโต พรหมปัญโญ ( 3 ครั้ง )
7
บทขอขมาพระรัตนตรัย
โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม
กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม
กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม
กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
8
บทสวดมหาจักรพรรดิ
....ตั้งนะโม 3 จบ....
สวดตามกำลังวัน เช่น สวดวันอาทิตย์ ให้สวด 6 จบ
วันจันทร์ 15 จบ วันอังคาร 8 จบ วันพุธ 17 จบ
วันพฤหัสบดี 19 จบ วันศุกร์ 21 จบ วันเสาร์ 10 จบ
นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง
อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย
อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
9
บทอัญเชิญพระเข้าตัว

(แผ่เมตตา)

สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส ( 5 จบ )
*พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิฐามิ สังฆัง อธิษบามิ*(ให้อธิษฐานเอา)
10
คำอธิษฐานฝึกจิตเร่งสมาธินิมิต
ข้าพเจ้า.....(นาม)..ผู้เป็นข้ารับใช้

แห่งพระพุทธองค์ ขอนอบน้อมและน้อมนำ

บารมีแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า

พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ พระโพธิสัตว์และ

พระบรมมหาจักรพรรดิตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน

และอนาคต ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกัน

มา โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญ

โญเป็นที่สุด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า

ขึ้นสู่สภาวะพระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปิติ

ทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 จงมาบังเกิด

ปรากฏในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร

ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่สภาวะ

เมฆจิต สามารถกำหนดจิต รู้ภาวการณ์

ต่างๆทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน

ได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอ

ให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใส และ

พยากรณ์ได้ตามความเป็นจริงทุกๆประการ

เหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้

ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้นโดยมิต้องกำหนดจิตแม้

แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
...แล้วกล่าวคำอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพพุทธา....
11
คำอธิษฐานรวมบุญ
ด้วยอำนาจบารมีแห่งพระ

มหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ นับตั้งแต่อดีต

ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีบารมีแห่งองค์

พระสมเด็จองค์ปฐม บรมมหา-จักรพรรดิ

เป็นประธาน มีบารมีรวมพระมหาจักรพรรดิ

ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด ขอได้

โปรดรวมกองบุญของข้าพเจ้า..(นาม)..เพื่อ

เบิกมาใช้ให้มีความคล่องตัวในทุกๆเรื่อง

อันใดติดขัดขอให้คล่อง ดั่งน้ำที่ไหลออก

จากคนโท ที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ อันใด

คล่องตัวอยู่แล้ว ขอให้คล่องตัวยิ่งๆขึ้น โดย

ขึ้นชื่อว่า ความอด ความอยาก ความยาก

ความไม่มี จงอย่าได้บังเกิดมีในขัพเจ้า

ผู้เป็นผู้รับใช้แห่งพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่

กาลบัดเดี๋ยวนี้ตราบจนข้าพเจ้าเข้าสู่พระ

นิพนานด้วยเถิดและโดยเฉพาะกาลนี้ขอให้

มีความคล่องตัวในเรื่อง...(อธิษฐานพิเศษ

เอาเอง)..
...แล้วกล่าวคำอัญเชิญพระเข้าตัว

สัพเพพุทธา....
12


คำอธิษฐานถอนคำสาปแช่งต่อปัจจุบันชาติ-อดีตชาติ
ตั้งนะโม 3 จบ
อิมัง มิจฉาอธิษฐานัง ปัจจุทรามิฯ
ทุติยัมปิ อิมัง มิจฉาอธิษฐานัง ปัจจุทรามิฯ
ตติยัมปิ อิมัง มิจฉาอธิษฐานัง ปัจจุทรามิฯ
ข้าพเจ้าขอถอนคำสาป ถอนคำแช่ง ที่

ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้นถึงพร้อมแล้วด้วยกิเลส

ด้วยตัณหา ด้วยอุปทาน ด้วยราคะ ด้วยโทสะ

ด้วยโมหะ ด้วยมานะ ด้วยมิจฉาทิฐิ เป็นไป

เพื่อความพยาบาท เบียดเบียน สร้างเวรสร้าง

กรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่ประกอบด้วย

วินัย ไม่ประกอบด้วยกุศล ไม่ประกอบด้วย

ปัญญา ไม่ประกอบด้วยบารมี ที่ข้าพเจ้าได้

อธิษฐานไว้ สาปไว้ แช่งไว้ ในอดีตชาติก็ดี

ปัจจุบันชาติก็ดี ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี

ทั้งหมดทั้งสิ้น ข้าพเจ้าขอน้อมเอาพระ

พุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า

แม่พระธรณี พระคงคา พระเพลิง พระพาย

และเทวดาทั้งหลายทั้งปวง มาเป็นพยานว่า

ข้าพเจ้าขอถอนคำสาปเหล่านั้น ถอนคำแช่ง

เหล่านั้น ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เทอญฯ

นะถอน โมถอน พุทถอน ธาถอน ยะถอน

นะคลอน โมคลอน พุทคลอน ธาคลอน

ยะคลอน ถอนด้วย นะโมพุทธายะ
ข้าพเจ้าขอยกโทษ อโหสิกรรม และให้อภัย

ความบกพร่อง ผิดพลาดของสรรพสัตว์ทั้ง

หลายทั้งปวง ทุกชีวิต ทุกจิต ทุกวิญญาณ

ทุกที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อทอญฯ
หากผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ตั้งแต่

อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติก็ดี และคนรัก

ชอบข้าพเจ้าก็ดี หากมีผู้หนึ่งผู้ใดคิดร้ายกับ

ข้าพเจ้าและสาปแช่งข้าพเจ้าไว้ทั้งทางลับ

ทางแจ้ง ขอให้สิ่งนั้นอย่าเป็นโทษ เป็นกรรม

แก่กันและกันเลย หากมีสิ่งใดอยู่ในตัว

ข้าพเจ้า สังขารข้าพเจ้า ขอให้ออกไป

ด้วยอานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัย สาธุ สาธุ

สาธุ และขอให้กุศลที่ข้าพเจ้าถอนคำสาปแช่ง

นี้ ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นกุศลกลับมาให้ชีวิต

ข้าพเจ้ามีความสงบ ความสว่าง ความสุข

และเจริญ รุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ

สมความปรารถนาทุกประการ นับตั้งแต่บัดนี้

เป็นต้นไปเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ



อิมินา สักกาเรนะ องค์สมเด็จพระบรมธรรมบิดา อภิปูชะยามะ (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ ตังพุทธธัง อภิปูชะยามะ (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ ตังธรรมมัง อภิปูชะยามะ (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ ตังสังฆัง อภิปูชะยามะ (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ มาตาปิตุคุณัง ปูเชมะ (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ คุณครูอาจารย์คุณัง ปูเชมะ (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ เทพไท้เทวาคุณัง ปูเชมะ (กราบ)

คำอาราธนาองค์พระบรมธรรมบิดาองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าและท่านผู้มีพระคุณทุกท่านทั้ง 3 โลก

ข้าแต่องค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา ผู้มีพระมหาเมตตาแก่ปวงสรรพสัตว์ทั้ง 3 โลก ข้าแต่องค์สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระคุณมากล้นสุดที่จะพรรณนา ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอมอบกายถวายชีวิต ทำคุณงามความดีเพื่อองค์สมเด็จพระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดา องค์สมเด็จพระโลกเชษบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อพระนิพพานเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางในชาตินี้ ลูกๆเหล่าพุทธบริษัท ขอน้อมกราบแทบพระบาทพระจอมไตรบรมธรรมบิดา ด้วยความขอบพระคุณในพระมหากรุณาธิคุณ ลูกขอกราบโมทนาบุญบารมีอันสูงส่ง ขออาราธนาอัญเชิญบุญบารมีขององค์สมเด็จพระพุทธปฐมบรมธรรมบิดา องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ขอได้โปรดเสด็จมารับเครื่องสักการะบูชามีบายศรีดอกไม้ธูปเทียน อาหารที่ลูกๆ จัดหามาน้อมถวาย ด้วยความเคารพรักบูชาอย่างสูงสุด ขอได้โปรดเมตตาประทานอภัย ในสิ่งที่ลูกกระทำผิดพลาดพลั้งไปด้วยกาย วาจา ใจ ทั้งในอดีตและปัจจุบันชาตินี้ ลูกๆขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอบวชจิตเป็นลูกศิษย์พระตถาคตเจ้าด้วยการมีศีล 5 ครบ เคารพพระรัตนตรัย ไม่หลงใหลติดใจในร่างกายตนเองและทรัพย์สินใดๆในโลกมนุษย์เทวดาพรหม ขอมีพระนิพพานเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของชีวิต
ลูกขอกราบอาราธนาอัญเชิญพระบารมี องค์สมเด็จพระพุทธชินศรีพระบรมธรรมบิดา องค์สมเด็จพระสัพพัญญูพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรมด้วยแสงทิพย์อริยทรัพย์รวมกับแสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการ ลูกขออัญเชิญพระอริยะสงฆ์เจ้าทุกๆ พระองค์ ตั้งแต่สมัยพุทธกาลมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ มีองค์หลวงปู่ปานและองค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้โปรดเมตตาสอนวิชชามโนมยิทธิกรรมฐาน ให้ลูกหลานเข้าใจในสภาวะพระนิพพานอย่างถูกต้องและง่ายดาย ลูกขอกราบอัญเชิญคุณพ่อคุณแม่ผู้มีพระคุณมากล้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพระโพธิสัตว์ เจ้าพระศาสดาเจ้าทุก ๆ ศาสนา คุณครูบาอาจารย์ เทพไท้เทวาพรหมมาฟ้าดิน พระแม่เจ้าธรณีพระแม่โพสพ พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ พระแม่คงคา เทพเจ้าทุกๆ ศาสนาที่ดูแล ปกปักรักษาโลกทั้ง 3 รวมทั้งอนันตสุริยะจักวาล มีองค์ท่านท้าวจาตุรมหาพรหม คือ ท่านปู่สหัมบดีพรหมผู้เป็นเลิศทางมหาเมตตา ท่านปู่มหาพรหมวิสุทธิทศพลมหาภารตะ ผู้เป็นเลิศ ประเสริฐมีฤทธิ์ในทุกวิธีการท่านปู่ชินปัญชระมหาพรหม ผู้เป็นเจ้าของพระคาถาชินบัญชรเป็นเลิศทางพิธีกรรม ท่านปู่ผกาพรหม ผู้เป็นเลิศทางปัญญาในพรหมทั้ง 16 ชั้น มีองค์ท่านท้าวสักกะเทวราชและคู่บารมีคือท่านย่าพังคราณี ผู้มีมหาเมตตาจิตดูแลเทวดาทั้ง 6 ชั้น รวมทั้งมนุษย์ สัตว์ สัมภเวสี มีท่านผู้เป็นใหญ่คอยควบคุมดูแล ผี เทวดา คน สัตว์ทั้ง 4 ทิศ คือ ท่านท้าวจาตุรมหาราช มีองค์ท่านท้าวธตรฐมหาราช
ผู้เป็นใหญ่แห่งคนธรรพ์ ดูแลทิศตะวันออก ท่านท้าววิรุฬหกมหาราชหรือท่านท้าวพระยาครุฑ ผู้เป็นใหญ่แห่งกุมภัณฑ์ ดูแลทางทิศใต้ องค์ท่านวิรูปักษ์ มหาราชผู้เป็นใหญ่แห่งนาคทั้งหลาย ดูแลทางทิศตะวันตก องค์ท่านท้าวเวสสุวัณ มหาราชผู้เป็นใหญ่แห่งยักษ์ทั้งหลาย ดูแลทางด้านทิศเหนือ ขออัญเชิญทุกๆ พระองค์เสด็จมาเป็นมหามงคลร่วมงานพิธีครั้งนี้โดยทั่วกัน
ขออัญเชิญเทพพรหมทั้งหมดทุกชาติทุกศาสนา ซึ่งสถิตอยู่ในสรวงสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น พรหม 16 ชั้น ทั้งกามภพ รูปภพ อรูปภพและภูมิเทวดา เจ้าที่ ซึ่งสถิตอยู่ในวิมาน บนยอดเขา หุบเขา ในอากาศ ในเกาะ ในแว่นแคว้น ในบ้าน บนต้นไม้ ในไร่นาตลอดจนถึงยักษ์ คนธรรพ์ ครุฑ นาคและกุมภัณฑ์ ซึ่งสถิตอยู่ในน้ำ บนบก ในอากาศ บนพื้นที่ไม่ราบเรียบ ที่ใกล้หรือไกล ที่สำคัญก็คือท่านท้าวพระยายมราช ผู้เป็นใหญ่ใจดี มีฤทธิ์มากในยมโลก ขออัญเชิญทุกท่านมาพร้อมกันในที่นี้และลูกขอองค์ท่านปู่พระยายมราชและเทพเทวดาทุกท่าน ที่ดูแลสถานที่ยมโลก รวมทั้งนายนิริยบาลทุกท่าน ขอได้โปรดมาโมทนาและเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศลของลูกๆ ทั้งหลายในที่นี้ แล้วขอไปบอกกล่าวแก่ทุกๆ ท่านในยมโลกให้ได้โมทนาบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ด้วย
ลูกๆ กราบอาราธนาขออัญเชิญพระเมตตาบารมี ท่านผู้มีพระคุณทั้งหมดทุกๆ พระองค์เบื้องบนนิพพาน ได้โปรดเมตตาเสด็จลงมารับเครื่องสักการะบูชา ที่พวกลูกๆ เหล่าพุทธบริษัทตั้งใจน้อมนำถวายเป็นพระบรมธรรมบิดาบูชา พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา มาตาปิตุบูชา คุณครูอาจารย์บูชาเทพพรหมเทวดาบูชา ด้วยความรักเคารพอย่างสูงสุด เพื่อประโยชน์สันติสุขของชาวมนุษย์โลก รวมทั้งเหล่าผีสัมภเวสีเร่ร่อนพเนจร จะได้มีบุญสัมผัสเห็นแสงสว่างของแสงทิพย์นิพพาน รวมกับแสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการและแสงแห่งบุญบารมีขององค์พระอริยะเจ้า เทพพรหมทุกพระองค์ ลูกๆขอให้ดวงจิตวิญญาณทุกๆ ท่านใน3โลก มีนรกโลก มนุษย์โลก เทวพรหมโลกได้มีบุญวาสนาบารมี รับพลังแสงทิพย์อริยะธรรม กันทุกๆ ดวงจิต เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ลูกๆ พุทธบริษัท มารวมกันตั้งจิตอธิษฐาน ขอปฏิญาณตนเป็นคนดี มีศีล5ครบ ไม่คิดเบียดเบียนใครในกรรมบถทั้ง10 มีสัจจะ ความจริงใจ มีเมตตาเคารพรักบูชาในพระรัตนตรัย ไม่สงสัยในพระธรรมวินัย คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระพุทธชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า มีจิตตั้งมั่นในพระนิพพาน เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของชีวิตอุทิศตนทำงานเพื่อประโยชน์สุขของตนเอง ครอบครัว ชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความขยันหมั่นเพียรทางกายคือทางโลก ขยันทางจิตคือทางธรรมด้วยการไม่หลงใหลติดใจในร่างกายตนเองและผู้อื่น ไม่หลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสของสรรพสิ่งในโลกมนุษย์ เป็นของสมมุติทั้งสิ้น ขยันแผ่เมตตา ฝากบุญกุศลไปกับพลังแสงทิพย์อริยธรรมกับแสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการ ขอให้แสงทิพย์น้อมนำดวงจิตสรรพสัตว์ในอบายภูมิทั้ง4 ได้หลุดพ้นจากความหลงผิด ยึดติดในความชั่วบาปกรรมทั้งหลาย ขอให้ทุกท่านโมทนาได้หลุดพ้นจากภัยพิบัติในอบายภูมิทั้ง 4
ด้วยเดชเดชะแห่งองค์พระวิสุทธิพุทธรังษีบรมธรรมบิดานุภาพ พระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ ขอได้โปรดเมตตาพุทธาภิเษกทุกๆดวงจิต ของเทพพรหม คน ผี เปรต อสุรกาย สัตว์นรก รวมทั้งวัตถุมงคล อาหาร ผลไม้ น้ำ สิ่งของทุกชนิด ที่ลูกๆน้อมนำมาถวาย ขอให้กลับกลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์มีพลังแสงทิพย์อริยธรรม มีผลานุภาพของแสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการ เพื่อน้อมนำดวงจิตทุกๆสรรพสัตว์ คน เทวดา พรหม เข้าเป็นพระอริยมรรคอริยผลเป็นพระอริยบุคคลในพระศาสนา พ้นจากวัฏฏะสงสารเข้าพระนิพพานโดยฉับพลันทันใด ด้วยอานิสงส์ที่ลูกพุทธบริษัททุกคนได้มาร่วมกันปฏิบัติบูชา เป็นมหามงคลสูงสุดในชีวิต ขอให้ลูกมีความสุขกายสุขใจ อย่าได้มีคำว่า ไม่มี ไม่ได้ไม่หายจากโรคภัย ไม่พ้นอันตราย ไม่พ้นบาปกรรม ไม่ได้ช่วยคนทั้งทางโลกทางธรรม ไม่สำเร็จขออย่าได้มี ในชีวิตอันเป็นสุดท้ายของลูกนี้ขอให้ลูกได้ตายรวดเร็วทันใจ ก่อนตายไม่ทุกข์ทรมานจนเกินไป ขออัญเชิญพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดเมตตาเสด็จมารับจิตวิญญาณของลูกทุกคนกลับบ้านพระนิพพานด้วยเถิดพระพุทธเจ้าข้า



บทบูชาพระ
พุทธัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
ธัมมัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ สังฆัง ชีวิตตัง เม ปูเชมิ
3
กราบพระ 6 ครั้ง
พุทธัง วันทามิ (กราบ)
ธัมมัง วันทามิ (กราบ)
สังฆัง วันทามิ (กราบ)
ครูอุปัชฌาอาจาริยคุณัง วันทามิ (กราบ)
มาตาปิตุคุณัง วันทามิ (กราบ)
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ (กราบ)
4
บทไตรสรณคมณ์ บทสมาทานศีล 5
.....ตั้งนะโม 3 จบ.....
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ปานาติปาตา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อพรัมจริยา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
สุราเมรยะ มัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี สิกขาปะทังสมาธิยามิ
อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ

( 3 ครั้ง )
สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะ

สัมปทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมาสีลัง

วิโส ธะเย
5
บทอาราธนาพระ
....ตั้งนะโม 3 จบ....
พุทธัง อาราธนานัง กะโรมิ
ธัมมัง อาราธนา กะโรมิ สังฆัง อาราธนานัง กะโรมิ
6
คาถาหลวงปู่ทวด
(ให้น้อมรำลึกถึงหลวงปู่ทวด แล้วว่าคาถา ดังนี้)
นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา ( 3 ครั้ง)
คาถาหลวงปู่ดู่
(ให้น้อมรำลึกถึงหลวงปู่ดู่ แล้วว่าคาถา ดังนี้)
นะโม โพธิสัตโต พรหมปัญโญ ( 3 ครั้ง )
7
บทขอขมาพระรัตนตรัย
โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม
กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม
กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม
กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ
8
บทสวดมหาจักรพรรดิ
....ตั้งนะโม 3 จบ....
สวดตามกำลังวัน เช่น สวดวันอาทิตย์ ให้สวด 6 จบ
วันจันทร์ 15 จบ วันอังคาร 8 จบ วันพุธ 17 จบ
วันพฤหัสบดี 19 จบ วันศุกร์ 21 จบ วันเสาร์ 10 จบ
นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีธานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง
อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย
อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
9
บทอัญเชิญพระเข้าตัว

(แผ่เมตตา)

สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส ( 5 จบ )
*พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิฐามิ สังฆัง อธิษบามิ*(ให้อธิษฐานเอา)
10
คำอธิษฐานฝึกจิตเร่งสมาธินิมิต
ข้าพเจ้า.....(นาม)..ผู้เป็นข้ารับใช้

แห่งพระพุทธองค์ ขอนอบน้อมและน้อมนำ

บารมีแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า

พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ พระโพธิสัตว์และ

พระบรมมหาจักรพรรดิตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน

และอนาคต ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกัน

มา โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญ

โญเป็นที่สุด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า

ขึ้นสู่สภาวะพระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปิติ

ทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 จงมาบังเกิด

ปรากฏในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร

ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่สภาวะ

เมฆจิต สามารถกำหนดจิต รู้ภาวการณ์

ต่างๆทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน

ได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอ

ให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใส และ

พยากรณ์ได้ตามความเป็นจริงทุกๆประการ

เหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้

ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้นโดยมิต้องกำหนดจิตแม้

แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
...แล้วกล่าวคำอัญเชิญพระเข้าตัว สัพเพพุทธา....
11
คำอธิษฐานรวมบุญ
ด้วยอำนาจบารมีแห่งพระ

มหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ นับตั้งแต่อดีต

ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีบารมีแห่งองค์

พระสมเด็จองค์ปฐม บรมมหา-จักรพรรดิ

เป็นประธาน มีบารมีรวมพระมหาจักรพรรดิ

ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด ขอได้

โปรดรวมกองบุญของข้าพเจ้า..(นาม)..เพื่อ

เบิกมาใช้ให้มีความคล่องตัวในทุกๆเรื่อง

อันใดติดขัดขอให้คล่อง ดั่งน้ำที่ไหลออก

จากคนโท ที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ อันใด

คล่องตัวอยู่แล้ว ขอให้คล่องตัวยิ่งๆขึ้น โดย

ขึ้นชื่อว่า ความอด ความอยาก ความยาก

ความไม่มี จงอย่าได้บังเกิดมีในขัพเจ้า

ผู้เป็นผู้รับใช้แห่งพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่

กาลบัดเดี๋ยวนี้ตราบจนข้าพเจ้าเข้าสู่พระ

นิพนานด้วยเถิดและโดยเฉพาะกาลนี้ขอให้

มีความคล่องตัวในเรื่อง...(อธิษฐานพิเศษ

เอาเอง)..
...แล้วกล่าวคำอัญเชิญพระเข้าตัว

สัพเพพุทธา....
12


คำอธิษฐานถอนคำสาปแช่งต่อปัจจุบันชาติ-อดีตชาติ
ตั้งนะโม 3 จบ
อิมัง มิจฉาอธิษฐานัง ปัจจุทรามิฯ
ทุติยัมปิ อิมัง มิจฉาอธิษฐานัง ปัจจุทรามิฯ
ตติยัมปิ อิมัง มิจฉาอธิษฐานัง ปัจจุทรามิฯ
ข้าพเจ้าขอถอนคำสาป ถอนคำแช่ง ที่

ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้นถึงพร้อมแล้วด้วยกิเลส

ด้วยตัณหา ด้วยอุปทาน ด้วยราคะ ด้วยโทสะ

ด้วยโมหะ ด้วยมานะ ด้วยมิจฉาทิฐิ เป็นไป

เพื่อความพยาบาท เบียดเบียน สร้างเวรสร้าง

กรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่ประกอบด้วย

วินัย ไม่ประกอบด้วยกุศล ไม่ประกอบด้วย

ปัญญา ไม่ประกอบด้วยบารมี ที่ข้าพเจ้าได้

อธิษฐานไว้ สาปไว้ แช่งไว้ ในอดีตชาติก็ดี

ปัจจุบันชาติก็ดี ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี

ทั้งหมดทั้งสิ้น ข้าพเจ้าขอน้อมเอาพระ

พุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า

แม่พระธรณี พระคงคา พระเพลิง พระพาย

และเทวดาทั้งหลายทั้งปวง มาเป็นพยานว่า

ข้าพเจ้าขอถอนคำสาปเหล่านั้น ถอนคำแช่ง

เหล่านั้น ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เทอญฯ

นะถอน โมถอน พุทถอน ธาถอน ยะถอน

นะคลอน โมคลอน พุทคลอน ธาคลอน

ยะคลอน ถอนด้วย นะโมพุทธายะ
ข้าพเจ้าขอยกโทษ อโหสิกรรม และให้อภัย

ความบกพร่อง ผิดพลาดของสรรพสัตว์ทั้ง

หลายทั้งปวง ทุกชีวิต ทุกจิต ทุกวิญญาณ

ทุกที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อทอญฯ
หากผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ตั้งแต่

อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติก็ดี และคนรัก

ชอบข้าพเจ้าก็ดี หากมีผู้หนึ่งผู้ใดคิดร้ายกับ

ข้าพเจ้าและสาปแช่งข้าพเจ้าไว้ทั้งทางลับ

ทางแจ้ง ขอให้สิ่งนั้นอย่าเป็นโทษ เป็นกรรม

แก่กันและกันเลย หากมีสิ่งใดอยู่ในตัว

ข้าพเจ้า สังขารข้าพเจ้า ขอให้ออกไป

ด้วยอานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัย สาธุ สาธุ

สาธุ และขอให้กุศลที่ข้าพเจ้าถอนคำสาปแช่ง

นี้ ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นกุศลกลับมาให้ชีวิต

ข้าพเจ้ามีความสงบ ความสว่าง ความสุข

และเจริญ รุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ

สมความปรารถนาทุกประการ นับตั้งแต่บัดนี้

เป็นต้นไปเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ
(จากหนังสือรวมคาถามหามงคลของพระ

พุทธเจ้าฉบับสมบูรณ์)

ชุมนุมสุดยอดพระคาถา9 (คำอธิษฐานจิตก่อนสวดมนต์ )
2009-11-10 12:03:27
คำอธิษฐานจิตก่อนสวดมนต์

ด้วยเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ...... ( ชื่อและนามสกุล ) ......
ขอบูชาคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรมเจ้า คุณพระสงฆ์เจ้า คุณพระ
อรหันต์เจ้า คุณพระอริยะเจ้าทั้งหลาย ที่สำเร็จไปแล้ว มากกว่าเมล็ด
ทรายในท้องมหาสมุทรทั้งสี่ ตลอดจนเบื้องสูงทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน
คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณทุกท่าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง
หลาย เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตลอดจนทุกท่าน
ที่ไม่ได้กล่าวนามมาก็ดี ข้าพระพุทธเจ้าขอเอาธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ ที่
บิดาและมารดาได้ปรุงแต่งให้ข้าพเจ้า เบื้องสูงสุดปลายเส้นผม ลงมาเบื้อง
ต่ำถึงกลางฝ่าเท้า เบื้องต่ำจากกลางฝ่าเท้าขึ้นไปจนถึงปลายเส้นผม
เนื้อ หนัง เส้นเอ็น กระดูก ตลอดจนหนังกำพร้า ขออธิษฐานเป็น
กำแพงแก้ว ๗ ชั้น ป้องกันมาร ในระหว่างที่ข้าพระพุทธเจ้าสร้างบารมี
เพื่อความรู้แจ้งแทงตลอด ในอรรถ ในธรรมของพระพุทธองค์ ท่านทั้ง
หลายที่เป็นมาร ข้าพระพุทธเจ้าขอให้ถอยออกไปร้อยโยชน์แสนโยชน์
อย่ามาเป็นมารแก่ข้าพระพุทธเจ้าเลย ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสังขารนี้
เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ข้าพระพุทธเจ้าจะสร้างบารมี ตาม
รอยพระบาทของพระพุทธองค์ ตั้งแต่ปัจจุบันนี้จนถึงพระนิพพานข้างหน้า
แม้นสังขารของข้าพระพุทธเจ้าจะแตกดับไป ด้วยอำนาจของอิทธิฤทธิ์
ขอให้ดวงจิตและดวงวิญญาณของข้าพระพุทธเจ้า เข้าสู่พระนิพพานทันที
ขออำนาจของบุญฤทธิ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงปกป้องคุ้มครองรักษา ให้ข้า
พระพุทธเจ้าจงพ้นและชนะมาร ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าทำกิจได้สำเร็จทุก
ประการ สมดังคำอธิษฐาน ให้บรรลุถึงพระนิพพานในกาลปัจจุบัน ใน
อนาคตกาลเบื้องหน้า และเบื้องโน้นด้วยเทอญฯ .......
สาธุ ...... สาธุ ...... สาธุ ......
คำอธิษฐานจิต
คำอธิษฐานจิตผูกติดกับพระพุทธศาสนาแน่นหนาไม่มีประมาณ
อิริยาบททั้งสี่สำหรับวันหนึ่งคืนหนึ่งต้องแบ่งเวลาออกใช้เป็นข้อวัตรส่วนตัว อธิษฐานจิตในใจให้ดี ออกปากเสียงเบาๆ ก็ดี ก่อนนอนตอนสี่ทุ่มก็ดี ตื่นนอนตอนตีสามก็ดี หรือเดินจงกรมตอนแรกก็ดี หรือก่อนภาวนานั่งตอนแรกก็ดี แล้วแต่เห็นว่าเหมาะสมโอกาสเวลาของตนที่จะแบ่งไว้ใช้ให้นึกและว่าดังนี้
ระลึกได้ไม่ระลึกได้ก็ดี ขอผูกขาดจองขาดกราบเท้าทูลถวาย ขอขมาโทษต่อพุทธัมสงฆ์ด้วยกาย วาจา ใจ อยู่ทุกเมื่อ ไม่มีประมาณเพื่อพ้นทุกข์ในสงสารโดยด่วนสิ้นเชิงในชาตินี้เทอญ
ระลึกได้ไม่ระลึกได้ก็ดี ขอผูกขาดกราบเท้าทูลถวายชีวิตจิตใจวาจา ปฏิบัติบูชาต่อพุทธัมสงฆ์อยู่ทุกเมื่อ ไม่มีประมาณ เพื่อพ้นทุกข์ในสงสารโดยด่วนสิ้นเชิงในชาตินี้เทอญ
ระลึกได้ไม่ระลึกได้ก็ดี ขอผูกขาดจองขาดกราบเท้าทูลถวาย สกลกาย สกลวาจา สกลใจ เป็นสรรพมนุษย์สมบัติ เป็นสรรพสวรรค์สมบัติ เป็นสรรพพรหมสมบัติ เป็นสรรพนิพพานสมบัติ กราบเท้าทูลถวายพุทธัมสงฆ์อยู่ทุกเมื่อ ไม่มีประมาณ เพื่อพ้นทุกข์ในสงสารโดยด่วนในชาตินี้เทอญ
ระลึกได้ไม่ระลึกได้ก็ดี ขอผูกขาดจองขาดกราบเท้าทูลถวาย สกลกาย สกลวาจา สกลใจ เป็นสรรพข้า เป็นสรรพทาสพุทธัมสงฆ์อยู่ทุกเมื่อ ไม่มีประมาณ เพื่อพ้นทุกข์ในสงสารโดยด่วนในชาตินี้เทอญ
ระลึกได้ไม่ระลึกได้ก็ดี ขอผูกขาดจองขาดกับสิ่งที่มีวิญญาณครองสิงอยู่ในสรรพไตรโลกธาตุทุกถ้วนหน้า ขอปราศจากสรรพเวรสรรพภัยแก่กันและกันเสมอภาคเหมือนหน้ากลองโดยมิได้ลำเอียงเลย และจงได้รับส่วนกุศลของข้าพเจ้าผูกขาดจองขาดอยู่ทุกเมื่อไม่มีประมาณจะพ้นจากกองทุกข์ในสงสารโดยด่วนสิ้นเชิงทุกถ้วนหน้า เทอญ ฯ
ระลึกได้ไม่ระลึกได้ก็ดี ปัจจุบันจิต ปัจจุบันธรรมอันใดที่เป็นธรรมอันหลุดพ้น ไม่กลับกลอกไม่เหลือเศษ ข้าพเจ้าก็ดี บรรดาท่านผู้เคารพรักปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาเพื่อหลุดเพื่อพ้นโดยด่วนในปัจจุบันชาติก็ดี จงหลุดพ้นจากอาสวะโดยเด็ดขาด ไม่มีเชื้อเหลืออยู่ทุกเมื่อเทอญ
หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
คำอธิษฐานเมื่อออกรถและเดินทางไกล โดย พระชุมพล พลปญฺโ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙

สาธุ พุทธัง อาราธนานัง ธัมมัง อาราธนานัง สังฆัง อาราธนานัง
ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้คำอธิษฐานของข้าพเจ้าศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์จงทุกประการเทอญ
ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระสาวกทุกองค์ พระโพธิสัตว์ทุกองค์ พรหมทุกองค์ เทวดาทุกองค์ พ่อแม่ครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณทุกท่าน จงโปรดเมตตามาคุ้มครองรักษารถคันนี้ ให้สะดวกปลอดภัยปราศจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเทอญ
ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาทุกภพทุกชาติจงรวมตัว ขออุทิศให้แก่พระศรีอาริย์ เจ้าแม่กวนอิม ท้าวสักกะเทวราช ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ และเทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้ท่านจงอนุโมทนาและจงโปรดเมตตาส่งเทวดาที่เป็นสัมมาทิฏฐิมาคุ้มครองรักษารถคันนี้ด้วยเทอญ
เทวดาองค์ใดที่โปรดเมตตามาคุ้มครองรักษารถคันนี้ ในตอนนี้ก็ดี หรือที่จะมีเมตตามาคุ้มครองรักษารถคันนี้ในโอกาสกาลต่อไปข้างหน้าก็ดี ข้าพเจ้าขอตั้งคำอธิษฐานจิตไว้ว่าขอให้ท่านได้มีส่วนในบุญกุศลทั้งปวงที่ข้าพเจ้าได้เคยบำเพ็ญมา ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติจงทุกประการด้วยเทอญ และขอให้ท่านจงโปรดเมตตาคุ้มครองรักษารถคันนี้และผู้โดยสารให้ปราศจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง คิดประกอบกิจการอันใด ขอให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ด้วยเหตุแห่งบุญบารมีของท่านทั้งหลายได้โปรดเมตตาบันดาลให้เป็นไปในกาลทุกเมื่อด้วยเทอญ
ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาทุกภพทุกชาติจงรวมตัว ขออุทิศให้แก่จิตวิญญาณตลอดรายทางที่ข้าพเจ้าขับรถคันนี้ผ่านไป ขอให้ท่านจงมีส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้วจงทุกประการ และขอให้ท่านจงคุ้มครองรักษาปกป้องคุ้มกันภัยให้แก่รถคันนี้ให้ปราศจากอุปสรรคเภทภัยที่จะมาเบียดเบียนบีทาในตลอดทุกเส้นทางที่ขับผ่านไปในกาลทุกเมื่อด้วยเทอญ
พุทธัง ปสิทธิ ธัมมัง ปสิทธิ สังฆัง ปสิทธิ
ขอบารมี พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ประสิทธิให้คำอธิษฐานของข้าพเจ้านี้สำเร็จสมความมุ่งมาดปรารถนาจงทุกประการเทอญ สาธุ
คำอธิษฐานเวลาทำบุญ
ขอบุญจาก............ธรรมทาน, สังฆทาน, วิหารทาน ...นี้ จงถึงแก่
เจ้ากรรมนายเวร และผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือข้าพเจ้าและครอบครัวที่มีมาถึงตัวทุกภพทุกภูมิ
ขอบุญนี้...จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบัน
หากไม่ถึงเพียงใด ขอให้คำว่าไม่มีไม่รู้ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้ปรากฎแก่ข้าพเจ้า
ขอให้เกิดในภพภูมิเขตประเทศที่มีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง
และได้ศึกษาพระธรรมได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ลึกซึ้ง ตลอดจนกว่าจะเข้าพระนิพพานด้วยเทอญ
ขอท่านพระยมราชจงเป็นสักขีพยานในการบำเพ็ญบุญของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ
คำขอขมาและอธิฐานจิต
อธิษฐานหน้าพระพุทธรูปหรือสวดก่อนนอน
ตั้งนะโม 3 จบ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเมทันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
หากข้าพเจ้าจงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกินบิดา มารดา
ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระอรหันต์ทุกพระองค์
พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ
และท่านเจ้ากรรมนายเวรจะด้วย กาย วาจา ใจก็ดี ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย
หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตนมา ขออนุญาต มีคู่มีครอบครัวเหมือนคนปกติทั่วไป
ขอถอนคำอธิฐาน คำสาบานที่จะติดตามคู๋ในอดีต ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร
ขอบุญบารมีในอดีตกาล ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ข้าพเจ้า
และครอบครัวตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ
สุขะ พละ ลาภยศ สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ
อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก และ ทางธรรม
ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ
หากมีผู้ใดเคนสร้างเวรกรรมกับข้าพเจ้า
ไม่ว่าชาติภพใดก็ตาม ข้าพเจ้า ยินดี อโหสิกรรมให้
ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาตและคำสาปแช่งในทุกชาตทุกภพ
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปคำแช่ง ของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร
ขอให้พ้นนรกภูมิ พบแสงสว่างทางโลก และทางธรรมเทอญ
คำอธิษฐานเสริมดวง
คำอธิษฐานในการปล่อยปลา ปล่อยเต่า หรือสัตว์น้ำควรจะซื้อสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า จะดีที่สุดก่อนที่จะปล่อยให้เอาน้ำมา 1ถ้วยเทลงไปในถังที่ใส่สัตว์ที่จะปล่อย แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า
ข้าพเจ้าชื่อ...........นามสกุล..........เกิดวันที่......เดือน......พ.ศ......อายุ ....ปี ได้ปล่อยสัตว์......จำนวน....ตัว ขอปล่อยท่านทั้งหลายให้เป็นอิสระ ข้าพเจ้าให้ชีวิตแก่ท่าน
ข้าพเจ้าได้ให้ความเป็นอิสระแก่ท่าน ข้าพเจ้าช่วยท่านให้พ้นจากความทุกข์เดือดร้อน พ้นจาการถูกเขาประหาร ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าทำให้แก่ท่านในครั้งนี้ จงเป็นเครื่องอโหสิแก่กัน อย่าได้ถือโทษโกรธเคืองต่อไป ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านี้เมื่อข้าพเจ้าปล่อยท่านเป็นอิสระแล้ว
จงไปบอกพวกของท่านที่ทนทุกข์ทรมานอยู่ ถึงส่วนบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้ แล้วขออุทิศกุศลทั้งหมดที่ทำไปแล้วให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจงเป็นผู้พ้นทุกข์จากความเดือดร้อนทั้งปวง และจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด...
ผู้ที่ต้องการกุศลปล่อยสัตว์นั้น ควรพิจารณาด้วยว่าสัตว์นั้นๆ จะมีชีวิตอยู่รอดได้หรือไม่ในสถานที่ที่ท่านตั้งใจนำสัตว์เหล่านั้นมาปล่อย.......................
คำอธิษฐานปล่อยสัตว์
ข้าพเจ้าชื่อ...........นามสกุล..........เกิดวันที่......เดือน......พ.ศ......อายุ ....ปี ได้ปล่อยสัตว์......จำนวน....ตัว ปล่อยเพื่อเป็นที่พึ่งแก่ตัวเอง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ศัตรู และเจ้ากรรมนายเวร ตัวที่เป็นที่พึ่งขอให้นำความสุขและโชคลาภมาให้ข้าพเจ้า ตัวที่ให้กับศัตรูและเจ้ากรรมนายเวร
จงนำเอาสัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์เสนียดจัญไร ออกไปจากตัวข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป
ขอให้แม่พระธรณี พระแม่คงคา เทพเทวา เจ้าที่เจ้าทาง และสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลาย
จงเป็นสักขีพยานรับทราบกุศลเจตนาของข้าพเจ้า และคุ้มครองชีวิตสัตว์ให้ปลอดภัยจนสิ้นอายุขัย ด้วยอำนาจขอกุศลผลบุญครั้งนี้
จงสะเดาะเคราะห์ร้าย ของข้าพเจ้าให้กลับกลายเป็นดี มีความร่มเย็นเป็นสุข ประสบความสำเร็จสมหวังในสิ่งที่พึงปรารถนา มีความเจริญก้าวหน้า มีชีวิตสดชื่น สุขสดใส ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปด้วยเทอญ..
ผู้ที่ต้องการกุศลปล่อยสัตว์นั้น ควรพิจารณาด้วยว่าสัตว์นั้นๆ จะมีชีวิตอยู่รอดได้หรือไม่ในสถานที่ที่ท่านตั้งใจนำสัตว์เหล่านั้นมาปล่อย...
คำอธิษฐานจบทานเวลาทำบุญ
อิมัง เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ
ขอทานนี้จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สิ้นอาสวะกิเลส
อิมัง เม ทานัง นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ
ขอทานนี้จงป็นปัจจัย ให้แก่ข้าพเจ้าได้ถึงพระนิพพานในปัจจุบันชาตินี้
ขอให้ได้มนุษย์สมบัติ ขอให้ได้สรรคสมบัติ
ขอให้ได้นิพพานสมบัติ จะนึกประสงค็สิ่งใด
ขอจงสมความปรารถนาทุกประการ
อันว่าโรคภัยไข้เจ็บความยากจนค่นแค้น และคำ ไม่มี ขออย่าให้ข้าพเจ้าได้ประสบเลย..
คำอธิษฐานอโหสิกรรม
ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม กรรมใดที่ทำให้แก่ผู้ใดในชาติใดๆก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมและนายเวร จงอโหสิกรรรมให้ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อไปเลย
แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อไป ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานครั้งนี้
ขอให้ข้าพเจ้า ครอบครัว บุตรหลาน ตลอดจนวงษาคณาญาติและผู้อุปการะคุณของข้าพเจ้ามีความสุขความเจริญ ปฏิบัติ แต่สิ่งดี และสิ่งที่ชอบด้วยเทอญ..
คำอธิษฐานขอพร
ข้าแต่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอน้อมอัญเชิญเทพยดาเจ้าทั้งหลาย
โปรดเสด็จมาฟังการสวดมนต์ของข้าพเจ้า ขออนุโมทนา และประสิทธิ์ประสาทพรให้ข้าพเจ้า...ด้วยเทอญ
ให้ตั้งนะโม 3 จบ และมนัสการพระรัตนตรัย พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐาน..
ขอพระองค์ทั้งหลาย จงประทานพรให้ข้าพเจ้า..พ้นจากสัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์เสนียดจัญไร
จงพ้นจากตัวข้าพเจ้า..ด้วยเทอญ ...สาธุ
คาถาบูชาพญานาค
นะโมฯ 3 จบ
นะติตัง พญามะ นาคายะ อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ
บทระลึกถึงคุณสมเด็จพระพุทธองค์ศรีอริยเมตไตรย์
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทะทะทะ โรโรโร อะอะอะ สะสะสะ โสโสโส โนโนโน นะโมพุทธายะ
อิกะวิติ พุทธะสังมิ อะระหังพุทโธ อะระหังธัมโม อะระหังสังโฆ
พุทโธอะระหัง ธัมโมอะระหัง สังโฆอะระหัง อะทิกะอะ ทะอะกะอิ ติฆะอะฆะ วันทามิ อาจาริโย จะมะหาเถโร เทวะปูชิโต โอมมะณีมาณี
ปัตเตฮุงหิริ โอมวัชระศัตระโฮม ( ๙ จบ )

(กราบแบบ นิ้วโป้งข้างซ้าย แตะ นิ้วนางข้างขวา แล้วกราบแบบคนจีน คำนับลงกับพื้น ๑๐๙ ครั้ง )



วิธีการเห็นผี
จากส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ คือ การภาวนาคาถา 4 คำ ซึ่ง 4 คำนั้น คือคำว่าอะไรบ้าง ไม่รู้สิ อิอิ...
แต่จากประสปการณ์ช่วงที่ผมบวช ผมเคยทำดังนี้ คือ
ภาวนา นะ มะ พะ ธะ มันทั้งวัน พยายามจับภาพพระให้ได้ทั้งวัน และเมื่อมีกิจนิมนต์หรือเวลาอยากจะเห็นอะไรบางอย่างเพื่อพิสูจน์ความสงสัยส่วนตัว จะอธิษฐานว่า "ขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ช่วยขัดเกลาจิตลูกให้สะอาดแจ่มใส่ที่สุด ให้ปราศจากกิเลศเครื่องเศร้าหมองจิต ให้ลูกมีทิพย์จักขุญาณที่สว่างชัดเจนแจ่มใส เห็นทุกอย่างได้ตามความเป้นจริงด้วยเถิด สาธุ"
ผลที่ได้จากการทำแบบนี้คือ หลังจากทำวัตรเช้าเสร็จ จะเห็นผีตายโหงตัวหนึ่งซึ่งก่อนตายเคยเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน แกมาดักรอไหว้ผมทุกเช้าเลย ก่อนฉันมื้อเช้า เห็นเทพเทวดากับวิญญานจำนวนหนึ่ง มาคอยโมทนาบุญ เต็มศาลาไปหมด บางทีตอนฉันเพลก็เห็น เวลามีกิจนิมนต์ ฃ่วงชุมนุมเทวดา เห็นพรหมณ์ เทวดา ทยอยมากันเรื่อยๆ ที่มากกว่านั้น มีครั้งหนึ่ง พอขึ้นพาหุง เห็นชัดเจนมาก คือ บันไดแก้วพาดลงมาสว่างวาบตอนทำน้ำพระพุทธมนต์ เห็นจะๆเลย ลอยอยู่เหนือขันน้ำมันต์ ใส่ชะฎาซะด้วย และอื่นๆอีกมากมาย
คำอธิษฐาน
คำตั้งจิต อธิษฐาน ในวันนี้
ขอมุ่งมั่น ทำความดี สร้างกุศล
สร้างเป็นทุน หนุนนำไว้ ไม่อับจน
เพื่อหลุดพ้น เกิดแก่ และเจ็บตาย
ขออย่าให้ ข้าพเจ้า ใจเศร้าหมอง
อย่ามุ่งปอง เอาความ ตามให้ร้าย
อย่าทำตัว คิดเพียงแค่ เห็นแก่ได้
จงเข้าใจ พร้อมอภัย ให้เกียรติกัน
ขอให้มี ความรัก ความเมตตา
ปรารถนา ให้ผู้อื่น มีสุขสันต์
ช่วยผ่อนคลาย ทุกข์โศก วิโยคพลัน
ให้คิดแต่ ทางสร้างสรรค์ เท่านั้นพอ
ให้เป็นผู้ มีน้ำใจ และเข้มแข็ง
พร้อมเรี่ยวแรง ทำงาน ไม่ทดท้อ
ใช้ปัญญา แก้ปัญหา ใช่เฝ้ารอ
ไม่นั่งขอ พรสิ่งใด เพื่อได้มา
ขอให้เกิด ความคิด อันซื่อตรง
ไม่พะวง ในกิเลส และตัณหา
ระลึกถึง คุณธรรม ทุกเวลา
พร้อมบูชา รัตนตรัย ด้วยใจเทอญ

ทุจริต 3 สุจริต 3 สัมมาวาจา

(๗๙) ทุจริต ๓ (ความประพฤติชั่ว, ประพฤติไม่ดี — evil conduct; misconduct)
๑. กายทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยกาย — evil conduct in act; misconduct by body) มี ๓ คือ ปาณาติบาต อทินนาทาน และ กาเมสุมิจฉาจาร
๒. วจีทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยวาจา — evil conduct in word; misconduct by speech) มี ๔ คือ มุสาวาท ปิสุณวาจา ผรุสวาจา และ สัมผัปปลาปะ
๓. มโนทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยใจ — evil conduct in thought; misconduct by mind) มี ๓ คือ อภิชฌา พยาบาท และมิจฉาทิฏฐิ)
ดู รายละเอียดที่ (๓๐๙) อกุศลกรรมบถ ๑๐.
D.III.214; Dhs.1305. ที.ปา.๑๑/๒๒๘/๒๒๗; อภิ.สํ.๓๔/๘๔๐/๓๒๗.
________________________________________

(๘๐) สุจริต ๓ (ความประพฤติดี, ประพฤติชอบ — good conduct)
๑. กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย — good conduct in act) มี ๓ คือ งดเว้นและประพฤติตรงข้ามกับ ปาณาติบาต อทินนาทาน และกาเมสุมิจฉาจาร
๒. วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา — good conduct in word) มี ๔ คือ งดเว้นและประพฤติตรงข้ามกับ มุสาวาท ปิสุณวาจา ผรุสวาจา และ สัมผัปปลาปะ
๓. มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ — good conduct in thought) มี ๓ คือ อนภิชฌา อพยาบาท และ สัมมาทิฏฐิ.
ดู รายละเอียดที่ (๓๐๘) กุศลกรรมบถ ๑๐.

มรรค 8 อธิบาย

ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

๑. อริยมรรคมีองค์ ๘
มรรค แปลว่า ทาง , อริยมรรค หมายถึง หนทางอันประเสริฐ ซึ่งก็คือวิธีปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ โดยบางครั้งก็เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา ที่หมายถึง ทางสายกลาง คือเป็นการปฏิบัติที่ไม่ตึงและไม่หย่อนไปทางใดทางหนึ่ง หรือบางทีก็เรียกว่า จิตตภาวณา ที่หมายถึง การทำจิตให้เจริญ ซึ่งก็คือการสร้างสมาธิและปัญญาให้เพิ่มมากขึ้น
อริยมรรค หรือมรรคนี้แม้จะเป็นหนทางเดียวแต่ก็มีองค์ประกอบอยู่ถึง ๘ ประการ ที่เรียกว่า มรรคมีองค์ ๘ ซึ่งองค์ประกอบทั้ง ๘ นั้นก็ได้แก่
๑. สัมมาทิฎฐิ ความเห็นถูกต้อง
๒. สัมมาสังกัปปะ ความดำริถูกต้อง
๓. สัมมาวาจา การพูดจาถูกต้อง
๔. สัมมากัมมันตะ การกระทำทางกายถูกต้อง
๕. สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพถูกต้อง
๖. สัมมาวายามะ ความเพียรถูกต้อง
๗. สัมมาสติ การระลึกถูกต้อง
๘. สัมมาสมาธิ สมาธิถูกต้อง
คำว่า สัมมา หมายถึง ถูกต้อง หรือ ชอบ คือหมายถึงถูกต้องตามวิธีดับทุกข์ ซึ่งจะตรงข้ามกับคำว่า มิจฉา ที่หมายถึง ผิด คือหมายถึงไม่ถูกต้องตามวิธีดับทุกข์ โดยมรรคนี้เรียกได้ว่าเป็นสัมมามรรค คือเป็นหนทางที่ถูกต้องที่ดับทุกข์ได้ ส่วนหนทางอื่นนอกนั้นจะเป็นมิจฉามรรค คือเป็นหนทางที่ผิดดับทุกข์ไม่ได้

๒. สิกขา ๓
สิกขา หมายถึง การศึกษาด้วยการปฏิบัติ ซึ่งองค์ทั้ง ๘ ของมรรคนี้สามารถย่นย่อลงในสิกขา ๓ ได้ดังนี้
๑. ปัญญาสิกขา การศึกษาในเรื่องปัญญา ซึ่งย่อมาจาก สัมมาทิฎฐิ สัมมาสังกัปปะ
๒. จิตตสิกขา การศึกษาในเรื่องสมาธิ ซึ่งย่อมาจากสัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ
๓. สีลสิกขา การศึกษาในเรื่องศีล ซึ่งย่อมาจาก สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ
ปัญญาก็คือความรอบรู้ในเรื่องการดับทุกข์, สมาธิก็คือความตั้งมั่นแห่งจิต, ศีลก็คือจิตที่เป็นปรากติ (เพราะมีกายและวาจาที่เรียบร้อย) ซึ่งการปฏิบัติจริงๆนั้น ศีล สมาธิ และปัญญา หรือองค์ทั้ง ๘ ของมรรคนี้จะทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งก็คือการทำจิตให้ว่างจากความรู้สึกว่ามีตัวตน-ของตน คือเป็นการใช้สมาธิมากำจัดความรู้สึกว่ามีตัวตน-ของตนออกไปโดยมีปัญญาควบคุมอยู่ และก็ต้องมีศีลหรือจิตที่ปรกติเป็นพื้นฐาน ซึ่งนี่คือมรรคหรืออริยมรรคโดยสรุป แต่เนื้อหาโดยละเอียดนั้นเราจะได้ศึกษากันต่อไป.

๓. สัมมาทิฎฐิ
สัมมาทิฎฐิ หมายถึง ความเห็นถูกต้อง คืออันดับแรกเราจะต้องมีความเห็นที่ถูกต้องก่อน ซึ่งความเห็นที่ถูกต้องนี้โดยสรุปก็คือ การมีดวงตาเห็นธรรม หรือเห็นแจ้งในอริยสัจ ๔ ซึ่งก่อนที่จะมาเห็นแจ้งในอริยสัจ ๔ ได้นั้นก็ต้องมีการศึกษาเรื่องต่างๆเช่น เรื่อง ธาตุ ขันธ์ อายตนะ กรรม กฎอิทัปปัจจยตา กฎไตรลักษณ์ ปฏิจจสมุปบาท อนุสัย อาสวะ สังโยชน์ เป็นต้น ตามที่เราได้ศึกษามาแล้วทั้งหมดนั่นเอง
ยังมีสัมมาทิฎฐิในระดับต้นๆของศีลธรรมที่เราสมควรจะมีกันอยู่ก่อนแล้วหลายอย่าง เช่นต้องเชื่อว่าการให้ทานมีผล หรือเชื่อว่าพ่อแม่นั้นมีพระคุณ หรือเชื่อว่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั้นมีอยู่ เป็นต้น คือเป็นความเชื่อของคนดีทั้งหลาย และเมื่อมีความเห็นถูกต้องในระดับศีลธรรมนี้แล้วจึงจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมามีความเห็นถูกต้องในระดับปรมัตถธรรม(สูงหรือลึกซึ้ง)นี้ได้ แต่ถ้าใครที่ยังไม่มีความเห็นถูกต้องแม้ในระดับศีลธรรมได้ ก็จะยากที่จะมามีความเห็นที่ถูกต้องในระดับปรมัตถธรรมนี้ได้เพราะโง่เกินไป.

๔. สัมมาสังกัปปะ
สัมมาสังกัปปะ หมายถึง ความดำริถูกต้อง ซึ่งคำว่าดำริจะหมายถึง ความปรารถนา ความใฝ่ฝัน หรือความมุ่งหมาย ในทางที่ดี ซึ่งความดำริที่ถูกต้องนี้ก็สรุปอยู่ที่
๑. ดำริที่จะออกจากกาม ไม่ลุ่มหลงกาม พ้นจากอำนาจกาม
๒. ดำริที่จะไม่พยาบาทมุ่งร้าย ไม่อาฆาติพยาบาทใคร
๓. ดำริที่จะไม่เบียดเบียนใคร ด้วยความโง่หรือด้วยความไม่รู้จริง
ความดำริถูกต้องนี้บางทีก็เรียกว่า กุศลวิตก คือเป็นการตริตรึกหรือคิดนึกไปในทางที่ถูกต้อง ที่ตรงข้ามกับอกุศลวิตก คือเป็นการตริตรึกคิดนึกไปในทางที่ไม่ถูกต้อง

๕. สัมมาวาจา
สัมมาวาจา หมายถึง การพูดจาที่ถูกต้อง ซึ่งก็ได้แก่
๑. การมีเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดไม่จริง
๒. การมีเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดส่อเสียด ยุยงให้แตกสามัคคี
๓. การมีเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดคำหยาบ
๔. การมีเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อไร้สาระ
สำหรับภิกษุนั้นจะเคร่งครัดขึ้น เช่น ไม่ให้พูดกับสตรีในที่ลับหู หรือไม่ให้พูดกับคนที่ถืออาวุธในมือ เป็นต้น

๖. สัมมากัมมันตะ
สัมมากัมมันตะ หมายถึง การกระทำทางกายที่ถูกต้อง ซึ่งก็ได้แก่
๑. การมีเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการฆ่าหรือทำร้ายสิ่งที่มีชีวิต
๒. การมีเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการถือเอาทรัพย์หรือสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
๓. การมีเจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย
สำหรับภิกษุนั้นจะเคร่งครัดขึ้นโดยไม่ให้ทำร้ายแม้พืชที่ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตด้วย รวมทั้งไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องกามารมณ์ทั้งหลาย.

๗. สัมมาอาชีวะ
สัมมาอาชีวะ หมายถึง การอาชีพถูกต้อง คือให้ประกอบอาชีพที่สุจริตในการเลี้ยงชีวิต แต่สำหรับภิกษุนั้นพระพุทธองค์จะทรงให้ประกอบอาชีพ “ขอทาน” ซึ่งเป็นการขออย่างพระอริยะ คือให้ขออาหารจากชาวบ้านมาฉันเท่าที่จำเป็น โดยการเอาบาตรไปยืนแสดงให้เขารู้ว่าไปขออาหาร เมื่อได้พอแล้วก็ให้กลับ แต่ถ้าเขาแสดงอาการไม่อยากให้ก็ไม่ให้ยืนตื้อเหมือนบังคับเขา และไม่ให้เลือกขอเอาแต่อาหารที่ดีๆเท่านั้น .

๘. สัมมาวายามะ
สัมมาวายามะ หมายถึง ความพากเพียรถูกต้อง ซึ่งก็สรุปอยู่ที่
๑. เพียรที่จะระวังไม่ให้บาปอกุศลเกิดขึ้น
๒. เพียรที่จะละบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้หมดไป
๓. เพียรที่จะทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
๔. เพียรที่จะทำกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้สมบูรณ์
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า “บุคคลจะล่วงพ้นทุกข์ได้เพราะความเพียร” คือการมีแต่ความรู้นั้นยังช่วยอะไรไม่ได้มาก จะต้องมีความเพียรที่จะปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มั่นคง และกล้าหาญ จึงจะพ้นจากทุกข์ได้จริง.

๙. สัมมาสติ
สัมมาสติ หมายถึง การระลึกถูกต้อง คือคำว่า สติ หมายถึง แล่นมาทัน คือเป็นการระลึกได้ไม่หลงลืม ส่วนคำว่า สัมปชัญญะ หมายถึง รู้สึกตัวอยู่ด้วยปัญญา ซึ่งเรามักเรียกรวมๆว่า สติสัมปชัญญะ ที่หมายถึง การระลึกเอาปัญญาออกมาใช้งานอยู่
สติสัมปชัญญะนี้ถ้าเป็นทางโลกก็หมายถึงการรู้สึกตัวอยู่ด้วยความรู้โลกๆ ซึ่งยังไม่ใช่สติสัมปชัญญะของมรรค จะต้องเป็นการรู้สึกตัวอยู่ด้วยปัญญาจึงจะเป็นสติสัมปชัญญะของมรรคที่แท้จริง สัมมาสติที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ก็ได้แก่
“ภิกษุทั้งหลาย. สัมมาสติเป็นอย่างไรเล่า ภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุในกรณีนี้
เป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่เป็นประจำ, เป็นผู้พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา
ทั้งหลายอยู่เป็นประจำ, เป็นผู้พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่เป็นประจำ, ย่อมเป็นผู้
พิจารณาเห็นธรรมะในธรรมทั้งหลายอยู่เป็นประจำ . มีความเพียรเครื่องเผากิเลส
มีสัมปชัญญะ มีสติ ถอนความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้”.
สัมมาสตินี้ก็คือหลักในการปฏิบัติของมรรค คือให้เอาสิ่งที่เป็น กาย, เวทนา,จิต,และธรรมมาพิจารณาตามกฎไตรลักษณ์ ไปตามลำดับ โดยจะต้องไม่ให้มีความพอใจและไม่พอใจเกิดขึ้น ซึ่งเราจะได้ศึกษากันในบทต่อๆไป.

๑๐. สัมมาสมาธิ
สัมมาสมาธิ หมายถึง สมาธิถูกต้อง ซึ่งสมาธิที่ถูกต้องนั้นพระพุทธองค์ทรงสอนว่าเป็นสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า ฌาน โดยเป็นรูปฌาน คือเป็นสมาธิที่เพ่งรูปเป็นอารมณ์ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ว่าเป็น ฌาน ที่ ๑ ถึงฌานที่ ๔ โดยจากฌานที่ ๔ นี้จิตจะบริสุทธิ์อ่อนโยนและเหมาะสมที่สุด
ฌาน ๔ นี้จะสามารถกำจัดกิเลสให้ระงับดับลงสนิทจริงๆ แต่ก็ต้องมีองค์ประกอบอีก ๗ องค์ของมรรคมาเป็นบริวารคอยช่วยเหลือ ถ้าสามารถปฏิบัติได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้ความเคยชินของกิเลสก็จะเหี่ยวแห้งตายไปเองในที่สุด ซึ่งเรื่องฌานนี้เราจะได้ศึกษากันในบทต่อๆไป.

๑๑. สมถะ - วิปัสสนา
อริยมรรคนี้จะสรุปในแง่การเพ่งได้ ๒ อย่างคือ
๑. สมถะ การทำจิตให้สงบระงับ
๒. วิปัสสนา การทำจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง
การเพ่งอย่างสมถะก็คือการเพ่งอารมณ์เพื่อให้จิตรวมกำลังเป็นอารมณ์เดียว โดยไม่เกี่ยวกับปัญญา ซึ่งผลจากการเพ่งก็จะได้สมาธิขั้นสูง(ฌาน)
การเพ่งอย่างวิปัสสนาก็คือการเพ่งค้นหาเหตุปัจจัย,และพิจารณาดูความเกิด-ดับ, ดูความไม่เที่ยง, เป็นทุกข์,และอนัตตา ซึ่งผลจากการเพ่งก็คือทำให้เกิดดวงตาเห็นธรรมและการบรรลุเป็นพระอริยบุคคลในทุกระดับ.

๑๒. วิมุตติ ๒
วิมุตติหรือความหลุดพ้นทั้งหลายนั้น(คือทั้งอย่างชั่วคราว,ข่มไว้ด้วยสมาธิและอย่างถาวร) ยังสามารถสรุปลักษณะการหลุดพ้นได้ ๒ ลักษณะ อันได้แก่
๑. ปัญญาวิมุตติ คือหลุดพ้นโดยมีปัญญานำ
๒. เจโตวิมุตติ คือหลุดพ้นโดยมีสมาธินำ
ในการเกิดวิมุตติแต่ละครั้งนั้น จะต้องมีทั้งปัญญาและสมาธิมาทำงานร่วมกัน โดยมีศีลรองรับอยู่ ซึ่งบางคนก็มีสมาธิน้อย แต่อาศัยการเพ่งพิจารณามากกว่า ก็จะเกิดความหลุดพ้นแบบปัญญาวิมุตติได้ ส่วนบางคนมีสมาธิมากก็อาศัยสมาธินำโดยมีปัญญาควบคุมอยู่ข้างหลัง ก็จะเกิดความหลุดพ้นแบบเจโตวิมุตติได้.

๑๓. จิตว่าง คือ อริยมรรค
อริยมรรคนี้มักเรียกกันว่า กรรมฐาน ที่หมายถึง ที่ตั้งแห่งการงาน ซึ่งก็แยกได้ ๒ อย่าง อันได้แก่
๑. สมมถะกรรมฐาน คือมีจิตที่สงบระงับเป็นที่ตั้ง
๒. วิปัสสนากรรมฐาน คือมีจิตที่รอบรู้เป็นที่ตั้ง
คำว่าการงานในที่นี้ก็คือหน้าที่ในการกำจัดกิเลส (หรือทำลายอนุสัย หรือตัดสังโยชน์ หรือกำจัดทุกข์ หรือทำนิพพานให้แจ้ง) ซึ่งก็สรุปอยู่ที่ “การมีสติ ระวังไม่ให้นิวรณ์และกิเลสเกิดขึ้น และเพ่งให้จิตว่างจากความยึดมั่นว่ามีตัวตน-ของตน(หรือตัวเรา-ของเรา หรือตัวกู-ของกู)” โดยอริยมรรคนี้ควรทำให้เจริญ คือปฏิบัติให้มากที่สุดจนสมบูรณ์คือจนทำให้บรรลุนิพพานอย่างถาวรนั่นเอง.

ป้ายกำกับ

ป้ายกำกับ